มาค้นหาตัวตน และอาชีพที่ใช่ กับแบบทดสอบ MฺBTI กันเถอะ

ฤดูกาลสอบผ่านพ้นไป มาถึงช่วงการเลือกคณะกันแล้ว แต่ปัญหาของน้องหลายคนคือ ยังไม่รู้ตัวเอง ก็เลย ไม่รู้จะเลือกคณะอะไรดี

คือ พี่ก็ไม่รู้จะช่วยยังไง

แบบ ถ้าน้องลังเลระหว่าง 1 กับ 2 เกิดภาวะรักพี่เสียดายน้อง แบบนี้พี่พอจะช่วย guide ให้พอเห็นแนวทางชัดขึ้น จากประสบการณ์ของพี่ได้นะ (ซึ่งพี่ก็เชี่ยวชาญแค่เภสัชแหละ สาขาอื่นพอรู้งูๆปลาๆ แต่ถ้าน้องไม่รู้จะปรึกษาใครจริงๆ ถ้ามีคนรู้จักทำงานในด้านที่น้องสนใจ พี่ก็ช่วย contact ให้น้องไปปรึกษาคนนั้นได้)

แต่!!! บางคนก็ ไม่รู้ตัวเองจริงๆ รู้แค่ ชอบวิชานี้ ไม่ชอบวิชานี้ เก่งวิชานี้ ยังไม่มีเป้าหมาย ไม่มีภาพฝันในอนาคต ไม่รู้ด้วยว่าจริงๆแล้วตัวเองต้องการอะไรในชีวิต ไม่รู้ว่าอยากใช้ชีวิตแบบไหน อันนี้ พี่ก็จนปัญญา

คือ ถ้าเรามาถึงยุค Internet of Things ที่เก็บข้อมูลทุกอย่างน้องไว้ตั้งแต่แรกเกิดจนโต ในทุกๆการกระทำ เราก็คงมี Big Data ข้อมูลเกี่ยวกับตัวน้องให้ AI ประมวลผลว่า น้องเป็นยังไง เหมาะกับอะไร แต่น่าเสียดายที่น้องเกิดเร็วไป 10 ปี เป็นอย่างน้อย เพราะ มันยังไม่เกิดขึ้นจริง

อย่างไรก็ตาม ในความโชคร้าย ก็มีความโชคดี จริงๆแล้ว มนุษย์ทั้งโลกก็พยายามค้นหาตัวเองกันทั้งนั้น ทำให้เรามีแบบทดสอบทางจิตวิทยามากมายเพื่อให้เราค้นหาว่า จริงๆ เราเป็นคนยังไงกันแน่ และเหมาะกับอะไรแน่ หนึ่งในแบบทดสอบที่นิยมกันมากคือแบบทดสอบบุคลิกภาพ MBTI

นอกเรื่อง จริงๆ มีแบบทดสอบอันนึง ใหม่มาก ออกมาเมื่อปลายปีที่แล้ว ใช้ AI ในการสรุปผลด้วย สรุปออกมาเป็น report 10 หน้าเลยแหละ พี่ลองเล่นแล้ว เซฟไว้ แต่ผลที่ได้ออกมา มันยังงงๆ คือมันสรุปเป็น % ให้ว่า เราเหมาะกับอาชีพไหนกี่ % แต่อ่านไปอ่านมา มันก็วกไปวนมา สรุปเป็นได้เกือบทุกอาชีพ (ฮา) ที่สำคัญคือ พี่หาไม่เจอว่าเซฟไว้ไหน (คือในช่อง saved post facebook ของพี่มันมหาศาลจนกด search ใน saved ทีไร มันจะค้างไปเลยอ่ะน้อง พี่ก็ไม่รู้จะทำไง)

พี่เชื่อว่าแบบทดสอบ MฺBTI อาจารย์แนะแนวน่าจะเคยให้น้องทำกันไปแล้ว ที่มันจะตอบ ใช่, ไม่ใช่ อ่ะ น่าเสียดาย ที่เราได้ทำนั้น บางที มันเป็น version ย่อ คือมีไม่ครบ 100 ข้อ นอกจากนี้ ความไว ของมันยังต่ำ คือ มันตอบได้แค่ใช่กับไม่ใช่ แต่ไม่สามารถตอบได้ว่า ใช่/ไม่ใช่ มากหรือน้อยเพียงใด

แต่ version ของฝรั่งมันทำได้ !!!!!

ซึ่ง พี่ก็เคยเอา version ฝรั่ง ลงเพจไปแล้วเมื่อปีที่แล้ว

วันนี้ พี่มีข่าวดีจะมาบอกคือ

มันมีภาษาไทยให้ทำแล้ววววววววววว…..

น้องลองไปทำดูนะ >>>>>> https://www.16personalities.com/th

เพิ่มเติม สำหรับคนอยากรู้วิธีการทำงานของแบบทดสอบนี้นะ

แบบทดสอบนี้ อาศัยการทำงานโดยเชื่อว่าบุคลิกไม่ได้เป็นลักษณะเฉพาะของคนใดคนหนึ่ง หลายๆคนสามารถมีแบบ (patterns) ของบุคลิกที่เหมือนหรือคล้ายๆ กันได้ จากนั้นนำบุคลิกเหล่านั้นมาแบ่งประเภทคนออกทีละ 2 บุคลิกไปเรื่อยๆ จนได้ออกมาทั้งหมด 16 บุคลิก (จริงๆ คนเราไม่ได้มีแค่ 16 บุคลิกหรอก ถ้าเราเอาบุคลิกอื่นๆมาแบ่งเพิ่ม ก็แบ่งได้อีกเรื่อยๆเป็น 32, 64, 128… บุคลิก ยาวๆไปนั่นแหละ แต่ท่านคนทำแบบทดสอบเค้าทำมาให้แค่นี้)

โดยขั้นแรก แบ่งคนออกเป็น 2 กลุ่ม โดยบุคลิก 2 อย่างคือ

  • พวกคุยกับตัวเอง Introversion (I) พวกนี้เป็นพวกเงียบขรึม ไม่ชอบสุงสิงกับใคร พวกนี้เวลาใช้ความคิดจะคุยกับตัวเอง เป็นพวกคิดก่อนพูด
  • พวกคุยกับอื่น Extravert (E) พวกนี้ ชอบสังสรรค์สมาคม ชอบทำกิจกรรม ชอบอยู่กับคนอื่น

ยกตัวอย่างนะ สมมติ เบื่อ เครียดเรื่องงาน งานหนัก ระบบห่วยแตก อยากลาออก พวกคุยกับตัวเอง (Introversion, I) มันก็จะอยู่เงียบๆ ไม่ค่อยออกมาบ่นหรือร้องเรียนอะไรเท่าไรถ้าไม่เหลืออดจริงๆ แต่พวกนี้จะคุยกับตัวเองทุกวัน ไม่เป็นไร เดี๋ยวก็ใช้ทุนหมดแล้ว อดทนอีกนิด ก็สบายแล้ว หรือไม่ก็ด่าระบบ ด่าหัวหน้าอยู่ในใจ แต่ถ้าไม่ไหวจริงๆ พวกนี้จะไม่พูดมาก ถึงเวลา ลาออกเลย แต่พวกคุยกับคนอื่น (Extravert, E) มันต้องป่าวประกาศให้โลกรู้ ทนไม่ไหวแล้ว กุจะลาออก บ่นให้เพื่อน พ่อ แม่ พี่น้อง (+แฟน) ฟังทุกวันว่าตัวเองรู้สึกยังไง ระบายลงเฟส ig twitter สาธยายความห่วยแตกของงานให้โลกรู้ ถ้าเป็นไปได้ ได้อยู่ในงานที่คนเยอะๆ จากนั้นก็บ่นออกไมล์ให้ทุกคนรับรู้ พวกนี้จะแฮปปี้มีความสุขมาก

จากนั้นแบ่งอีก 2 บุคลิก คือ ใช้ประสาทสัมผัส (Sensing) หรือว่า หยั่งรู้ (iNtuition)

  • พวกใช้ประสาทสัมผัส (Sensing) จะเชื่อประสาทสัมผัสทั้ง 5 ของตัวเอง ดังนั้นพวกนี้จะอยู่กับความเป็นจริง สนใจความจริงเฉพาะหน้าเป็นหลัก
  • พวกหยั่งรู้ (iNtuition) พวกนี้จะมองข้ามช็อต ไม่ได้สนใจความจริงตรงหน้าสักเท่าไร แต่จะใช้การคาดการณ์ มองการไกล ใช้ความน่าจะเป็น

ยกตัวอย่างให้เข้าใจง่ายๆ สมมติเรื่องเศรษฐกิจ พวกใช้ประสาทสัมผัส (Sensing, S) จะเชื่อสิ่งที่ตัวเองรับรู้ด้วยประสาทสัมผัสตัวเองจริงๆ เช่น เห็นร้านรวงแถวบ้านเจ๊งต่อหน้าต่อตา หารายได้อะไรก็ลำบาก ข้าวก็ไม่ค่อยมีจะกิน พวกนี้ก็จะเชื่อว่าเศรษฐกิจไม่ดี แต่พวกหยั่งรู้ (iNtuition, N) ต่อให้ล้มลายทั้งอำเภอ พวกนี้มันก็จะดูตัวเลข แล้วบอกว่า เห้ย ตอนนี้ส่งออกดีขึ้นดีกว่า ท่องเที่ยวก็ดี ยังไงในอนาคต เดี๋ยวเม็ดเงินมันจะต้องไหลมาถึงแถวบ้านเราสักวันแน่นอน ดังนั้น ตอนนี้เศรษฐกิจกำลังจะดีขึ้นแน่นอน

จากนั้นแบ่งอีก 2 บุคลิก คือ ใช้ความคิด (Thinking) กับใช้ความรู้สึก (Feeling)

  • พวกใช้ความคิด (Thinking) เนี่ย พวกนี้จะใช้เหตุผล มีความคิดที่เป็นระเบียบและขั้นตอน ไม่ใช้ความรู้สึกส่วนตัวมาตัดสิน
  • พวกใช้ความรู้สึก (Feeling) พวกนี้จะใช้ความรู้สึกและค่านิยม ให้ความสำคัญกับความรู้สึกของตนเองและผู้อื่น

ยกตัวอย่าง สมมติเรื่อง พ่อค้า แม่ค้า ขายของแผงลอยตามทางเดิน พวกใช้ความคิด (Thinking, T) ก็จะคิดว่า การตั้งแผงบริเวณทางเดินเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง กฏหมายไทยไม่อนุญาตให้ตั้งแผงตรงทางเท้า พวกนี้อยู่นอกระบบกฏหมาย รัฐควบคุมไม่ได้ ภาษีก็ไม่ต้องเสีย เป็นการเอาเปรียบคนอื่น แต่พวกใช้ความรู้สึก (Feeling, F) ก็จะคิดว่า คนพวกนี้น่าสงสารนะ ถ้าเค้ามีโอกาสที่ดีกว่านี้เค้าคงหาที่ตั้งเป็นหลักแหล่งให้มันถูกต้อง ใครมันจะไปอยากวิ่งหนีเทศกิจทุกวันถ้าไม่หมดหนทางจริงๆ สังคมเราควรให้โอกาสคนเหล่านี้ ไม่ใช่บีบให้เค้าหมดโอกาสแล้วกลายเป็นปัญหาของสังคม สังคมไทยเป็นสังคมแห่งการแบ่งปัน เป็นสังคมแห่งการเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่อยู่แล้ว (ในกรณีที่คนใช้ความรู้สึก รู้สึกสงสารนะ ถ้ารู้สึกเกลียดก็จะเป็นอีกแบบ แต่จะไม่ได้คิดเรื่องการจัดระเบียบสังคม ระบบภาษี ความเหลื่อมล้ำมากมายเท่ากับพวกใช้ความคิด)

ทีนี้ แบ่งอีก 2 บุคลิกสุดท้าย คือ พวกชอบตัดสิน (Judgement) กับพวกใช้การรับรู้ (Perception)

  • พวกชอบตัดสิน (Judgement) เนี่ย พวกนี้ใช้ชีวิตมีแบบแผน ตารางเวลาเป๊ะ ควบคุมชีวิตตัวเองได้ดี ทำอะไรมีโครงสร้าง มีขั้นตอนชัดเจน
  • พวกใช้การรับรู้ (Perception) พวกนี้ชอบชีวิตสบายๆ ชิวๆ ยืดหยุ่น ปรับเปลี่ยนได้ตามสถานการณ์ ไม่ชอบอะไรที่เป็นระเบียบหรือเคร่งครัดมากนัก

ยกตัวอย่าง สมมติ ไปเที่ยว พวกชอบตัดสิน (Judgement, J) พวกนี้จะคิดเลยว่า ใครจะไปบ้าง ต้องเอาอะไรไปเท่าไร ต้องพักที่ไหน กินข้าวที่ไหน เช็คลมยาง เติมน้ำมัน อ่านรีวิว ศึกษาเส้นทางมาพร้อมสรรพ แต่ถ้าเป็นพวกใช้การรับรู้ (Perception, P) พวกนี้จะ เห้ย เรามาผ่อนคลาย สนุกกันให้เต็มที่ แบกเป้ 1 ใบ แล้วออกไปลุยกันเลย!!! ข้าวของเครื่องใช้ขาดเหลืออะไรค่อยไปซื้อแถวนั้นเอา ค่ำไหนนอนนั่นอย่าไปคิดมาก

อันนี้ ของพี่ ที่พี่ทำได้นะ

เพิ่มเติม เผื่องง

คนเก็บตัว คือ พวกคุยกับตัวเอง Introversion (I)
คนเปิดเผย คือ พวกคุยกับอื่น Extravert (E)

มีวิสัยทัศน์ คือ พวกหยั่งรู้ (iNtuition)
อยู่กับความเป็นจริง คือ พวกใช้ประสาทสัมผัส (Sensing)

มีเหตุผล คือ พวกใช้ความคิด (Thinking)
ใช้อารมณ์ คือ พวกใช้ความรู้สึก (Feeling)

ช่างวางแผน คือ พวกชอบตัดสิน (Judgement)
ชอบด้นสด คือ พวกใช้การรับรู้ (Perception)

แล้วน้องละ ได้อันไหนกันบ้างครับ

เพิ่มเติม ถ้าน้องอยากรู้อาชีพที่เหมาะสมกับบุคลิก ยังไม่มีแปลไทย ถ้าอยากอ่านภาษาไทย พี่เอาของเว็บ http://www.astrosimple.com/article/index.php?item=mbti มาแปะไว้ให้ก่อน ตามนี้

อาชีพที่เหมาะสมกับลักษณะบุคลิกภาพ

  • ISTJ เหมาะกับนักบัญชี นักธุรกิจ นักกฎหมาย นิติกร ผู้พิพากษา ทันตแพทย์ ทหาร โปรแกรมเมอร์ ผู้ปฏิบัติการทั่วไป นักเศรษฐศาสตร์
  • ISTP เหมาะกับช่างฝีมือ ช่างก่อสร้าง ช่างเครื่องยนต์ ผู้รักษาความปลอดภัย นักสถิติ
  • ISFJ เหมาะกับผู้นำทหาร ผู้จัดการ นักสืบ ตำรวจปฏิบัติการ ผู้บัญชาการตำรวจ ครู ผู้พิพากษา นักบัญชี นักเศรษฐศาสตร์ นักธุรกิจ พยาบาล บรรณาธิการ บรรณารักษ์ พระ หมอสอนศาสนา นักตกแต่งภายใน เลขานุการ
  • ISFP เหมาะกับนักดนตรี ครู ศิลปิน บรรณารักษ์ นักสังคมสงเคราะห์ ผู้แต่งเพลง นักเขียน
  • INFJ เหมาะกับเสมียน นักจิตวิทยา จิตแพทย์ นักดนตรี นักเขียน นักสังคมสงเคราะห์ ครู แพทย์ ศิลปิน
  • INFP เหมาะกับครู นักดนตรี นักแสดง นักหนังสือพิมพ์ นักแปล นักจิตบำบัด พระ นักวิจัยทางวิทยาศาสตร์
  • INTP เหมาะกับนักวิทยาศาสตร์ สถาปนิก อาจารย์มหาวิทยาลัย แพทย์ นักเคมี นักกฎหมาย ครู นักชีววิทยา นักคณิตศาสตร์ นักคอมพิวเตอร์ วิศวกรออกแบบและพัฒนา
  • INTJ เหมาะกับนักวิทยาศาสตร์ นักคณิตศาสตร์ อาจารย์มหาวิทยาลัย วิศวกร แพทย์ โปรแกรมเมอร์ นักเศรษฐศาสตร์ นักประดิษฐ์ ผู้นำทหาร ผู้พิพากษา นักกฎหมาย
  • ESTP เหมาะกับตำรวจ คนขับรถ นักสืบ โปรแกรมเมอร์ นักวิเคราะห์ นักสถิติ วิศวกร นักแสดง ช่างไม้ ช่างกล ผู้ประพันธ์เพลง นักบิน นักกีฬา ศิลปิน นักลงทุน
  • ESFP เหมาะกับครูอนุบาล ครูประถม ผู้ดูแลเด็ก นักสังคมสงเคราะห์ ผู้แต่งเพลง นักเขียน
  • ESTJ เหมาะกับนักลงทุน ตำรวจที่ทำงานศูนย์บัญชาการ ตำรวจสืบสวน นักกีฬา นักแสดง
  • ESFJ เหมาะกับพยาบาล ครูประถม นักบัญชี นักเศรษฐศาสตร์ เลขานุการ นักกายภาพบำบัด ผู้ทำงานด้านศาสนา เจ้าหน้าที่การบิน ผู้ทำงานด้านสุขภาพ ผู้ทำงานธนาคาร
  • ENFP เหมาะกับนักลงทุน นักจิตวิทยา นักเขียน นักหนังสือพิมพ์ นักการเมือง ครู นักวิทยาศาสตร์ วิศวกร
  • ENTP เหมาะกับนักวิจัยด้านวิทยาศาสตร์ โปรแกรมเมอร์ นักกฎหมาย นักออกแบบซอฟต์แวร์ อาจารย์มหาวิทยาลัย นักประดิษฐ์ วิศวกร นักลงทุน ช่างภาพ นักแสดง ตัวแทนฝ่ายขาย
  • ENFJ เหมาะกับนักจิตวิทยา พระ ครู นักสังคมสงเคราะห์ นักการเมือง นักการทูต ผู้ให้คำปรึกษา นักเขียน
  • ENTJ เหมาะกับนักบริหารในองค์กร นักวิทยาศาสตร์ โปรแกรมเมอร์ นักกฎหมาย ผู้พิพากษา นักลงทุน อาจารย์มหาวิทยาลัย

แต่ถ้าน้องอยากอ่านละเอียดๆ ให้ลงไปล่างสุด ตรงคำว่า คุณต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมหรือไม่? กด strengths and weakness จะเห็นบทวิเคราะห์บุคลิกแบบละเอียดทั้งหมด

จากนั้น ไปที่แถบด้านซ๊าย จะเห็น

Explore Your Type

1. Introduction
2. Strengths & Weaknesses
3. Romantic Relationships
4. Friendships
5. Parenthood
6. Career Paths
7. Workplace Habits
8. Conclusion
9. Academy

ถ้าอยากไปที่อาชีพที่เหมาะ ก็เลือก Career Paths หรืออยากดูอื่นๆก็ได้ เช่นจุดแข็ง จุดอ่อน, ความสัมพันธ์, เฟรนชิพ ….. ตามแถบนั้นแหละ ดูได้หมด

ถ้าสนใจศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับ MBTI ตอนนี้พี่เห็นมีหนังสือ ต่างเธอ ต่างฉัน เอ็นเนียแกรมสานสัมพันธ์  ซึ่งพี่ว่าค่อนข้างน่าสนใจนะครับ เกี่ยวกับการปรับตัวให้เข้ากับบุคลิกภาพแบบ MBTI ต่างๆ ลองซื้อมาอ่านกันดูครับ


Share this:

Posted in บทความ.

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *