A-MED Care โครงการเจ็บป่วยเล็กน้อย 16 โรครับยาฟรีจาก สปสช.

สวัสดีค่ะ วันนี้แอดมินกลับมาอีกครั้งพร้อมกับการแนะนำโครงการรับยาฟรีของคนไทยสิทธิบัตรทองที่หลาย ๆ คนไม่น่าจะรู้จัก แต่จริง ๆ แล้วเป็นโครงการที่ดีมาก ๆ ที่จะเป็นการนำภาษีประชาชนมาใช่ให้เกิดประโยชน์ ประหยัดค่าใช้จ่ายในการเข้าร้านยา และลดความแออัดในการเข้าโรงพยาบาล

🧐 A-MED คืออะไร?✨

ตามที่แอดบอกข้างบนเลยค่ะ คือเป็นโครงการรับยาฟรีของคนไทยสิทธิบัตรทองทุกคน หมายถึงคนไทยทุกคนที่ไม่มีสิทธิข้าราชการ หรือประกันสังคม คนไทยทุกคนที่ไม่มีสองสิทธินี้ จะถูกดึงเข้าสู่ระบบสิทธิบัตรทองโดยอัตโนมัติโดยไม่จำเป็นต้องมีการสมัคร หรือลงทะเบียนใด ๆ ซึ่งสิทธิบัตรทองครอบคลุมคนไทยส่วนใหญ่ของประเทศอยู่แล้ว ถ้าคนไหนไม่รู้ว่าตัวเองใช้สิทธิอะไร สามารถถือบัตรประชาชนมาร้านยา ให้ร้านยาเช็คสิทธิให้ได้นะคะ

สำคัญ! สิทธิบัตรทองครอบคลุมนักเรียน/นักศึกษา ที่ยังไม่เป็นลูกจ้างใคร หรือไม่ได้รับสิทธิข้าราชจากพ่อหรือแม่ทุกคน

🧐 ขั้นตอนใช้สิทธิ A-MED✨

ไม่มีอะไรมากเลยค่ะ เดินเข้ามาร้านขายยา บอกอาการป่วย เข้ารับการประเมินโรคจากเภสัชกรตามปกติ จากนั้นเภสัชกรจะเป็นผู้ประเมินโรคว่าโรคของผู้ป่วย (หรือลูกค้า) นั้นสามารถเข้าข่ายโรคที่รับยาฟรีจากสิทธิบัตรทองได้หรือไม่ ถ้าได้ โดยปกติแล้วเภสัชกรจะเป็นคนสอบถามว่าเป็นคนไทยที่มีสิทธิบัตรทองหรือไม่ ถ้ามี ก็สามารถใช้สิทธิได้เลย แต่ถ้าเภสัชกรลืมแจ้ง ก็สามารถแจ้งได้นะคะ บางทีอาจจะมีหลุดไปบ้าง

เอกสารสำคัญมีแค่ บัตรประชาชนตัวจริง (สำหรับคนไทยอายุ 7 ปีขึ้นไป) หรือถ้าอายุน้อยกว่า 7 ปีก็จะใช้สูติบัตร (ภาพถ่าย หรือสำเนา หรือตัวจริงก็ได้) ร่วมกับบัตรประชาชนตัวจริงของผู้ปกครอง 1 คนค่ะ
จากนั้นเมื่อเวลาผ่านไป 3 วัน เภสัชกรจะมีการโทรติดตามอาการ เพื่อรายงานข้อมูลไปทาง สปสช ตรงนี้อยากให้รับสายนะคะ หลักสำคัญของการโทรติดตามอาการ คือการแจ้งข้อมูลการรักษาไปทาง สปสช ว่าได้มีการรักษาผู้ป่วยที่มีตัวตนอยู่จริง ป้องกันการคดโกง และให้เกิดความโปร่งใสในการใช้ภาษีประชาชนนั่นเองค่ะ รวมถึงหากไม่รับสายแล้ว เภสัชกรจะไม่สามารถส่งข้อมูลไปทาง สปสช เพื่อแจ้ง “จบการรักษา” ได้ สถานะการ “กำลังรักษา” ของผู้ป่วยก็จะลากไปไม่จบสิ้นในระบบฐานข้อมูล จนอาจมีผลกระทบต่อการใช้สิทธิรับยาฟรีในครั้งถัด ๆ ไปได้ค่ะ

🧐 ข้อจำกัดของการใช้สิทธิ AMED✨

ถึงจะเป็นโครงการที่ดี แต่ยังมีข้อจำกัดอยู่บ้างนะคะ ข้อจำกัดหลัก ๆ คือ ลูกค้าจะไม่สามารถเลือกยาเองได้ ยาที่เข้าร่วมโครงการนี้หลัก ๆ คือจะต้องเป็นยาทีมีอยู่ใน “บัญชียาหลักแห่งชาติ” ที่ครอบคลุมสำหรับสิทธิบัตรทอง ซึ่งอาจจะไม่ครอบคลุมยานอก ยาต่างประเทศ หรือยาต้นตำรับ โดยส่วนมากจะเป็นยาที่ผลิตในประเทศไทย ซึ่งในกรณีของลูกค้าบางรายที่สะดวกใช้ยานอกมากกว่า ตรงนี้ก็จะไม่สามารถใช้สิทธิรับยาฟรีได้ และจำเป็นต้องจ่ายเงินเองค่ะ

ถัดมาคือ หนึ่งสิทธิใช้ได้ทุก 72 ชั่วโมง คือสามวันใช้สิทธิได้เพียงหนึ่งครั้งนั่นเองค่ะ รวมถึงก่อนจะใช้สิทธิครั้งถัดไปได้ เภสัชกรจะต้องทำการแจ้ง “จบการรักษา” ตามที่แอดพูดไปทางด้านบนให้เรียบร้อยก่อน จึงจะใช้สิทธิครั้งถัดไปได้

แต่ตรงนี้จะถือว่าเป็นข้อเสียเลยก็ไม่ถูกนัก ถ้าจะให้คนเราป่วยกันทุกวันเลยมันก็กระไรอยู่ เอาเป็นว่าแอดคิดว่าหนึ่งสิทธิใช้ได้สามวันครั้งมันก็ดีอยู่แล้วล่ะค่ะ คงไม่มีใครอยากป่วยถี่กว่านั้นเพียงเพื่อมารับยาฟรีหรอกใช่ไหม

นอกจากนี้ ป่วยหนึ่งโรค หากเภสัชกรไม่สามารถแจ้งจบการรักษาได้ภายในสามวัน (เนื่องจากโทรติดตามแล้วอาการแย่ลง หรือไม่ดีขึ้น) สามารถมารับยาเติมได้ แต่เติมยาได้แค่ครั้งเดียว หากโทรติดตามอีกครั้งหลังเติมยา (คิดเป็น 6 วันนับจากการใช้สิทธิครั้งแรก) จะไม่สามารถมาเติมยาได้อีกแล้ว ต้องเข้าพบแพทย์ที่ รพ. แล้วล่ะค่ะ

อีกอย่างคือ สิทธินี้ยังไม่ครอบคลุมถึงข้าราชการและประกันสังคม ซึ่งครอบคลุมถึงข้าราชการ และลูกจ้างประจำของบริษัททุกแห่ง เป็นเรื่องที่น่าเสียดายมาก ๆ ค่ะ

🧐 ร้านยาไหนเข้าร่วมโครงการ A-MED บ้าง✨

ร้านยาที่สามารถเข้าร่วมโครงการนี้ได้ ต้องเป็นร้านยาที่ได้รับการรับรองว่าเป็นร้านยาคุณภาพร่วมกับเข้าร่วมโครงการของ สปสช สามารถโทร 1330 เช็คได้ หรือสังเกตสัญลักษณ์หน้าร้านยา ตามรูปนะคะ สิทธินี่ครอบคลุมร้านยาได้หลายร้าน สามารถใช้ได้กับทุกร้านยาทั่วประเทศที่เข้าร่วมโครงการ ภายใต้กฎเกณฑ์เดียวกัน คือหนึ่งสิทธิใช้ได้สามวันครั้ง และต้องรอเภสัชกรแจ้งจบการรักษาก่อนใช้สิทธิใหม่ทุกครั้งนั่นเองค่ะ

🧐 โรคอะไรบ้างที่เข้าร่วม A-MED✨

16 โรคเล็กน้อย รายละเอียดตามรูปภาพด้านล่างเลยค่ะ

ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพประกอบจาก สปสช https://www.nhso.go.th/news/3811

หมายเหตุ: ตอนนี้แอดมินเป็น นศภ ปี 6 ที่กำลังฝึกงานในร้านยาร้านหนึ่งที่เข้าร่วมโครงการนี้เท่านั้น หากมีความรู้ความเข้าใจอะไรในโครงการนี้ผิดไป พี่ ๆ เภสัชกร หรือเพื่อน ๆ น้อง ๆสามารถคอมเมนต์ชี้แจงได้เลยนะคะ แอดมินจะได้นำไปปรับปรุงในการทำงานครั้งถัดไปค่ะ
ขอให้คนไทยทุกคนสุขภาพดี แต่ถ้าสุขภาพไม่ดีขึ้นมาเมื่อไหร่ ถ้ามีสิทธิบัตรทองก็สามารถรับยาฟรีได้ที่ร้านยาที่เข้าร่วมโครงการได้เลยนะคะ ✨


Share this:

Posted in ข้อมูล/ข่าวแวดวงเภสัช.

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *