<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>บทความ Archives - TOBEPHARMACIST</title>
	<atom:link href="https://tobepharmacist.com/category/%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://tobepharmacist.com/category/บทความ/</link>
	<description>เว็บไซต์นี้เชื่อว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตนักเรียน คือการได้ศึกษาต่อในคณะที่ใช่ และหวังว่า จะได้ช่วยหาคำตอบให้กับน้องๆว่า เภสัชกรรม ใช่คำตอบของน้องจริงๆไหม</description>
	<lastBuildDate>Tue, 10 Oct 2023 12:14:30 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.9.4</generator>

<image>
	<url>https://tobepharmacist.com/wp-content/uploads/2016/08/cropped-symbols-41709_960_720-3-150x150.jpg</url>
	<title>บทความ Archives - TOBEPHARMACIST</title>
	<link>https://tobepharmacist.com/category/บทความ/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
<site xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">113788692</site>	<item>
		<title>คณะเภสัช มหาลัยมีผลต่อการทำงานมั้ย</title>
		<link>https://tobepharmacist.com/%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1/%e0%b8%84%e0%b8%93%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%8a-%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%81/</link>
					<comments>https://tobepharmacist.com/%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1/%e0%b8%84%e0%b8%93%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%8a-%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%81/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 10 Oct 2023 12:14:22 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://tobepharmacist.com/?p=46073</guid>

					<description><![CDATA[<p>เป็นคำถามที่เคยถูกถามมาเยอะมาก ๆ เอาจริงตอนแรกก็ไม่รู้คำตอบที่แน่ชัดเหมือนกัน บางทีก็มี บางทีก็ไม่ แล้วมันยังไงกันแน่ คำตอบคือ มหาลัยจะมีผลมั้ย ขึ้นกับสายงานค่ะ คณะเภสัชฯ มีข้อดีอย่างนึงคือ เรียนจบไ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://tobepharmacist.com/%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1/%e0%b8%84%e0%b8%93%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%8a-%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%81/">คณะเภสัช มหาลัยมีผลต่อการทำงานมั้ย</a> appeared first on <a href="https://tobepharmacist.com">TOBEPHARMACIST</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>เป็นคำถามที่เคยถูกถามมาเยอะมาก ๆ เอาจริงตอนแรกก็ไม่รู้คำตอบที่แน่ชัดเหมือนกัน บางทีก็มี บางทีก็ไม่ แล้วมันยังไงกันแน่</p>



<p>คำตอบคือ มหาลัยจะมีผลมั้ย ขึ้นกับสายงานค่ะ</p>



<p>คณะเภสัชฯ มีข้อดีอย่างนึงคือ เรียนจบไปแล้วสายงานเปิดกว้างมาก ๆ ถ้าเทียบกับคณะสายสุขภาพด้วยกัน งานเภสัชกรมีหลายส่วนมากทั้งที่สังคมมองเห็นและมองไม่เห็น สถานที่ที่เภสัชกรไปอยู่ได้ก็มีทั้งโรงพยาบาล ร้านยา บริษัทยา โรงงานยา</p>



<p>ซึ่งในแต่ละสายงานจะมีอัตราการแข่งขันไม่เหมือนกัน แม้แต่ รพ. ใหญ่ ๆ เงินเดือนสูงลิ่วบาง รพ. ก็มีอัตราการแข่งขันสูง</p>



<p>สิ่งนี้แหละที่มหาวิทยาลัยจะมีผล</p>



<p>คือสถานการณ์ทางวิชาชีพเภสัชในประเทศไทยตอนนี้มันหลากหลายมาก มีทั้งสายงานที่อัตราแข่งขันสูงชนิดแทบเหยียบหัวกันตาย (อันนี้มหาลัยมีผลแน่) กับสายงานที่แม้กระทั่งคนจะมาสมัครงาน ก็ยังไม่ครบตำแหน่งที่เปิดรับด้วยซ้ำ (อันนี้มหาลัยไม่มีผล)</p>



<p>สรุปคือ ขึ้นอยู่กับเป้าหมายแล้วกันค่ะ ว่าเรียนจบไปแล้วอยากทำงานสายไหน ถ้าอยากทำงาน รพ. (รัฐ) ก็อาจจะไม่ต้องเครียดเรื่องมหาลัยมาก แต่ถ้าอยากทำงาน รพ. เอกชน (บางแห่ง) หรือบริษัทยาใหญ่ ๆ เงินเดือนสูง ๆ อันนี้อาจจะต้องดิ้นรนหน่อยเพื่อให้ได้ชื่อมหาวิทยาลัยมาติดตัวไว้ก่อน (หลังจากเรียนจบเภสัชแล้ว ในบางสังคม ชื่อมหาลัยจะติดตัวไปอีกนานนนเลยล่ะค่ะ)</p>



<p>โดยส่วนตัวแอดแล้ว เท่าที่เจอมา ความแตกต่างระหว่างมหาลัยอาจจะไม่ได้มีผลต่อความรู้ทางเภสัชขนาดนั้น แต่ที่มีผลมากคือ mindset บางอย่าง และการพูดภาษาเดียวกันซะมากกว่า</p>



<p>แต่ทีนี้มันก็ขึ้นอยู่กับคนด้วยว่าเราจะแจ็คพอตไปเจอใคร สังคมแบบไหนด้วยหรือเปล่า บางทีถ้าแจ็คพอตเจอคนแบ่งแยกมหาลัย อันนี้จบ ม. ไหนมาก็ตายเหมือนกันค่ะ 55555555</p>



<p>สุดท้ายนี้ ใด ๆ คือเรียนจบไปไม่อดตายแน่นอนค่ะ เพราะงานรพ. (บางที่) พร้อมเปิดรับทุกคนเสมอ เหมือนมีคำสาปให้คนขาดตลอดไป งานเภสัช รพ. รักมนุษย์ผู้มีใบประกอบวิชาชีพเภสัชกรรมทุกคน 👍</p>
<p>The post <a href="https://tobepharmacist.com/%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1/%e0%b8%84%e0%b8%93%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%8a-%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%81/">คณะเภสัช มหาลัยมีผลต่อการทำงานมั้ย</a> appeared first on <a href="https://tobepharmacist.com">TOBEPHARMACIST</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://tobepharmacist.com/%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1/%e0%b8%84%e0%b8%93%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%8a-%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%81/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">46073</post-id>	</item>
		<item>
		<title>ทำไมการเปิดคณะเภสัชต้องให้สภาเภสัชรับรองปริญญาก่อน ทั้งๆ พรบ.วิชาชีพ ระบุคุณสมบัติสมาชิกว่าให้ ทบวงมหาวิทยาลัยรับรองปริญญาก็ได้</title>
		<link>https://tobepharmacist.com/%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1/%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%93%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%8a%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%ad/</link>
					<comments>https://tobepharmacist.com/%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1/%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%93%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%8a%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%ad/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 03 Jul 2023 12:00:54 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://tobepharmacist.com/?p=36449</guid>

					<description><![CDATA[<p>อันนี้ขอเท้าความก่อนว่า การเปิดคณะเภสัช หน้าที่ของคนที่รับรองหลักสูตรเภสัชดังกล่าวคือสภามหาวิทยาลัย ตาม พรบ.อุดมศึกษา ดังนั้นการเปิดคณะเภสัช เป็นเรื่องของมหาวิทยาลัย สภาเภสัชไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง แต่ก [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://tobepharmacist.com/%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1/%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%93%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%8a%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%ad/">ทำไมการเปิดคณะเภสัชต้องให้สภาเภสัชรับรองปริญญาก่อน ทั้งๆ พรบ.วิชาชีพ ระบุคุณสมบัติสมาชิกว่าให้ ทบวงมหาวิทยาลัยรับรองปริญญาก็ได้</a> appeared first on <a href="https://tobepharmacist.com">TOBEPHARMACIST</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>อันนี้ขอเท้าความก่อนว่า การเปิดคณะเภสัช หน้าที่ของคนที่รับรองหลักสูตรเภสัชดังกล่าวคือสภามหาวิทยาลัย ตาม พรบ.อุดมศึกษา ดังนั้นการเปิดคณะเภสัช เป็นเรื่องของมหาวิทยาลัย สภาเภสัชไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง แต่การที่คนที่จบเภสัชจากสถาบันนั้นๆมา จะมาเป็นผู้ประกอบวิชาชีพเภสัชกรรม ตาม พรบ.วิชาชีพเภสัชกรรมได้ไหม อันนี้ต้องให้สภาเภสัชรับรองปริญญาเสียก่อน ดังนั้นถ้าบัณฑิตจากสถาบันไหนไม่ผ่านการรับปริญญาจากสภาเภสัชกรรม ก็จะขาดคุณสมบัติตามมาตรา 12(2) ของ พรบ.วิชาชีพเภสัชกรรม</p>



<p>แต่!!! มาตรา 12(2) ของ พรบ.วิชาชีพเภสัชกรรม เขียนไว้แบบนี้</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="864" height="485" data-attachment-id="36450" data-permalink="https://tobepharmacist.com/%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1/%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%93%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%8a%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%ad/attachment/%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%93%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4-%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%81-%e0%b8%aa%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%aa%e0%b8%b1/#main" data-orig-file="https://tobepharmacist.com/wp-content/uploads/2023/07/คุณสมบัติ-สมาชิก-สภาเภสัช.jpg" data-orig-size="864,485" data-comments-opened="1" data-image-meta="{&quot;aperture&quot;:&quot;0&quot;,&quot;credit&quot;:&quot;&quot;,&quot;camera&quot;:&quot;&quot;,&quot;caption&quot;:&quot;&quot;,&quot;created_timestamp&quot;:&quot;0&quot;,&quot;copyright&quot;:&quot;&quot;,&quot;focal_length&quot;:&quot;0&quot;,&quot;iso&quot;:&quot;0&quot;,&quot;shutter_speed&quot;:&quot;0&quot;,&quot;title&quot;:&quot;&quot;,&quot;orientation&quot;:&quot;0&quot;}" data-image-title="คุณสมบัติ-สมาชิก-สภาเภสัช" data-image-description="" data-image-caption="" data-medium-file="https://tobepharmacist.com/wp-content/uploads/2023/07/คุณสมบัติ-สมาชิก-สภาเภสัช-300x168.jpg" data-large-file="https://tobepharmacist.com/wp-content/uploads/2023/07/คุณสมบัติ-สมาชิก-สภาเภสัช.jpg" src="https://tobepharmacist.com/wp-content/uploads/2023/07/คุณสมบัติ-สมาชิก-สภาเภสัช.jpg" alt="" class="wp-image-36450" srcset="https://tobepharmacist.com/wp-content/uploads/2023/07/คุณสมบัติ-สมาชิก-สภาเภสัช.jpg 864w, https://tobepharmacist.com/wp-content/uploads/2023/07/คุณสมบัติ-สมาชิก-สภาเภสัช-300x168.jpg 300w, https://tobepharmacist.com/wp-content/uploads/2023/07/คุณสมบัติ-สมาชิก-สภาเภสัช-768x431.jpg 768w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /><figcaption class="wp-element-caption">คุณสมบัติของสมาชิกสภาเภสัชกรรมตาม พรบ.วิชาชีพเภสัชกรรม</figcaption></figure>
</div>


<p>จะเห็นได้ว่า มาตรา 12(2) จริงๆ เขียนไว้ว่าคุณสมบัติของสมาชิกจริงๆนั้น ต้องได้ปริญญาเภสัชศาสตร์ (ป.ตรี เท่านั้น) ที่สภาเภสัชกรรมรับรอง หรือทบวงมหาวิทยาลัยรับรอง!!!</p>



<p>จะเห็นได้ว่า ทบวงมหาวิทยาลัยรับรองก็ได้!!! ซึ่งอันนี้ไม่เหมือนกับของวิชาชีพอื่นๆเช่น แพทย์ ระบุเพียงว่าต้องให้สภาวิชาชีพรับรองปริญญาเท่านั้น !!! ทบวงมหาวิทยาลัยรับรองไม่ได้ ตัวอย่างของวิชาชีพแพทย์ดังรูปด้านล่าง</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" width="898" height="363" data-attachment-id="36451" data-permalink="https://tobepharmacist.com/%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1/%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%93%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%8a%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%ad/attachment/%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%93%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4-%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%81-%e0%b9%81%e0%b8%9e%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b9%8c/#main" data-orig-file="https://tobepharmacist.com/wp-content/uploads/2023/07/คุณสมบัติ-สมาชิก-แพทย์.jpg" data-orig-size="898,363" data-comments-opened="1" data-image-meta="{&quot;aperture&quot;:&quot;0&quot;,&quot;credit&quot;:&quot;&quot;,&quot;camera&quot;:&quot;&quot;,&quot;caption&quot;:&quot;&quot;,&quot;created_timestamp&quot;:&quot;0&quot;,&quot;copyright&quot;:&quot;&quot;,&quot;focal_length&quot;:&quot;0&quot;,&quot;iso&quot;:&quot;0&quot;,&quot;shutter_speed&quot;:&quot;0&quot;,&quot;title&quot;:&quot;&quot;,&quot;orientation&quot;:&quot;1&quot;}" data-image-title="คุณสมบัติ-สมาชิก-แพทย์" data-image-description="" data-image-caption="" data-medium-file="https://tobepharmacist.com/wp-content/uploads/2023/07/คุณสมบัติ-สมาชิก-แพทย์-300x121.jpg" data-large-file="https://tobepharmacist.com/wp-content/uploads/2023/07/คุณสมบัติ-สมาชิก-แพทย์.jpg" src="https://tobepharmacist.com/wp-content/uploads/2023/07/คุณสมบัติ-สมาชิก-แพทย์.jpg" alt="" class="wp-image-36451" srcset="https://tobepharmacist.com/wp-content/uploads/2023/07/คุณสมบัติ-สมาชิก-แพทย์.jpg 898w, https://tobepharmacist.com/wp-content/uploads/2023/07/คุณสมบัติ-สมาชิก-แพทย์-300x121.jpg 300w, https://tobepharmacist.com/wp-content/uploads/2023/07/คุณสมบัติ-สมาชิก-แพทย์-768x310.jpg 768w" sizes="(max-width: 898px) 100vw, 898px" /><figcaption class="wp-element-caption">คุณสมบัติของสมาชิกแพทยสภาตาม พรบ.วิชาชีพเวชกรรม</figcaption></figure>
</div>


<p>ซึ่งในสายวิชาชีพด้านสุขภาพทั้งหมด จะมีเพียง เภสัชกร และ ทันตแพทย์ เท่านั้น ที่ พรบ.วิชาชีพ ระบุว่าให้ทบวงมหาวิทยาลัยรับรองก็ได้ </p>



<h3 class="wp-block-heading">อ้าว แล้วแบบนี้ ก็ให้ทบวงมหาวิทยาลัย รับรองแทนสภาเภสัชก็ได้สิ!!!</h3>



<p>ช้าก่อนครับ มันมีรายละเอียดยิบย่อยกว่านั้น</p>



<p>คือถ้าไปดูตาม <a href="https://tobepharmacist.com/wp-content/uploads/2023/07/file_4898.20.ข้อบังคับสภาฯ_ว่าด้วยหลักเกณฑ์การสอบความรู้เพื่อขอขึ้นทะเบียนฯพ.ศ.2560อัพเดท.pdf">ข้อบังคับสภาเภสัชกรรม ว่าด้วยหลักเกณฑ์การสอบความรู้เพื่อขอขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาต เป็นผู้ประกอบวิชาชีพเภสัชกรรม พ.ศ. 2560 และฉบับที่แก้ไขเพิ่มเติม</a> จะพบว่าในหมวดที่ 2 การสอบและการจัดสอบความรู้ ข้อที่ 8 (1) (2) ระบุคุณสมบัติของผู้เข้าสอบว่า &#8220;เป็นผู้ที่กำลังศึกษาหรือสำเร็จการศึกษาหลักสูตรเภสัชศาสตร์ของสถาบันอุดมศึกษาในประเทศไทยที่สภาเภสัชกรรมให้การรับรองปริญญา&#8221; เท่านั้น!!!</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" width="907" height="536" data-attachment-id="36452" data-permalink="https://tobepharmacist.com/%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1/%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%93%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%8a%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%ad/attachment/%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%93%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4-%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%81-%e0%b8%aa%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b9%80/#main" data-orig-file="https://tobepharmacist.com/wp-content/uploads/2023/07/คุณสมบัติ-สอบสมาชิก-สภาเภสัช.jpg" data-orig-size="907,536" data-comments-opened="1" data-image-meta="{&quot;aperture&quot;:&quot;0&quot;,&quot;credit&quot;:&quot;&quot;,&quot;camera&quot;:&quot;&quot;,&quot;caption&quot;:&quot;&quot;,&quot;created_timestamp&quot;:&quot;0&quot;,&quot;copyright&quot;:&quot;&quot;,&quot;focal_length&quot;:&quot;0&quot;,&quot;iso&quot;:&quot;0&quot;,&quot;shutter_speed&quot;:&quot;0&quot;,&quot;title&quot;:&quot;&quot;,&quot;orientation&quot;:&quot;1&quot;}" data-image-title="คุณสมบัติ-สอบสมาชิก-สภาเภสัช" data-image-description="" data-image-caption="" data-medium-file="https://tobepharmacist.com/wp-content/uploads/2023/07/คุณสมบัติ-สอบสมาชิก-สภาเภสัช-300x177.jpg" data-large-file="https://tobepharmacist.com/wp-content/uploads/2023/07/คุณสมบัติ-สอบสมาชิก-สภาเภสัช.jpg" src="https://tobepharmacist.com/wp-content/uploads/2023/07/คุณสมบัติ-สอบสมาชิก-สภาเภสัช.jpg" alt="" class="wp-image-36452" srcset="https://tobepharmacist.com/wp-content/uploads/2023/07/คุณสมบัติ-สอบสมาชิก-สภาเภสัช.jpg 907w, https://tobepharmacist.com/wp-content/uploads/2023/07/คุณสมบัติ-สอบสมาชิก-สภาเภสัช-300x177.jpg 300w, https://tobepharmacist.com/wp-content/uploads/2023/07/คุณสมบัติ-สอบสมาชิก-สภาเภสัช-768x454.jpg 768w" sizes="(max-width: 907px) 100vw, 907px" /></figure>
</div>


<p>จะเห็นได้ว่า แม้ว่า พรบ.วิชาชีพเภสัชกรรมจะระบุคุณสมบัติสมาชิกว่า ให้ทบวงมหาวิทยาลัยรับรองปริญญาก็ได้ แต่การสมัครเป็นสมาชิก จำเป็นจะต้องมีคะแนนสอบใบประกอบวิชาชีพตามที่สภาเภสัชกรรมระบุ เพื่อนำคะแนนสอบนั้นไปแสดงตนว่ามีสิทธิขอขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพเภสัชกรรมตามมาตรา 13(1) แห่ง พรบ.วิชาชีพเภสัชกรรม ซึ่งหากไม่ได้จบจากสถาบันที่สภาเภสัชกรรมรับรองปริญญา จะไม่สามารถสมัครเข้าสอบได้อยู่ดีเนื่องจากขาดคุณสมบัติตาม <a href="https://tobepharmacist.com/wp-content/uploads/2023/07/file_4898.20.ข้อบังคับสภาฯ_ว่าด้วยหลักเกณฑ์การสอบความรู้เพื่อขอขึ้นทะเบียนฯพ.ศ.2560อัพเดท.pdf">ข้อบังคับสภาเภสัชกรรม ว่าด้วยหลักเกณฑ์การสอบความรู้เพื่อขอขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาต เป็นผู้ประกอบวิชาชีพเภสัชกรรม พ.ศ. 2560 และฉบับที่แก้ไขเพิ่มเติม</a> นั่นเอง</p>
<p>The post <a href="https://tobepharmacist.com/%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1/%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%93%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%8a%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%ad/">ทำไมการเปิดคณะเภสัชต้องให้สภาเภสัชรับรองปริญญาก่อน ทั้งๆ พรบ.วิชาชีพ ระบุคุณสมบัติสมาชิกว่าให้ ทบวงมหาวิทยาลัยรับรองปริญญาก็ได้</a> appeared first on <a href="https://tobepharmacist.com">TOBEPHARMACIST</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://tobepharmacist.com/%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1/%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%93%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%8a%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%ad/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">36449</post-id>	</item>
		<item>
		<title>ถ้าไม่ได้เป็นเภสัชกร แล้วไปยืนขายยาได้ไหม ไปแล้วจะมีความผิดอะไรบ้าง?</title>
		<link>https://tobepharmacist.com/%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1/%e0%b8%96%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%8a%e0%b8%81%e0%b8%a3-%e0%b9%81%e0%b8%a5/</link>
					<comments>https://tobepharmacist.com/%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1/%e0%b8%96%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%8a%e0%b8%81%e0%b8%a3-%e0%b9%81%e0%b8%a5/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 02 Jul 2023 15:46:47 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://tobepharmacist.com/?p=36436</guid>

					<description><![CDATA[<p>ถ้าไม่ได้เป็นเภสัชกร ไม่ได้มีใบประกอบวิชาชีพเภสัชกรรม แล้วไปยืนขายยา จะมีความผิดอะไรไหม? บทความนี้จะโฟกัสเฉพาะความผิดของคนขายอย่างเดียวนะครับ ไม่ได้โฟกัสความผิดของผู้รับอนุญาตหรือเจ้าของร้านและความผ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://tobepharmacist.com/%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1/%e0%b8%96%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%8a%e0%b8%81%e0%b8%a3-%e0%b9%81%e0%b8%a5/">ถ้าไม่ได้เป็นเภสัชกร แล้วไปยืนขายยาได้ไหม ไปแล้วจะมีความผิดอะไรบ้าง?</a> appeared first on <a href="https://tobepharmacist.com">TOBEPHARMACIST</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ถ้าไม่ได้เป็นเภสัชกร ไม่ได้มีใบประกอบวิชาชีพเภสัชกรรม แล้วไปยืนขายยา จะมีความผิดอะไรไหม?</p>



<p>บทความนี้จะโฟกัสเฉพาะความผิดของคนขายอย่างเดียวนะครับ ไม่ได้โฟกัสความผิดของผู้รับอนุญาตหรือเจ้าของร้านและความผิดของผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการหรือตัวเภสัชกรที่ปล่อยให้คนอื่นขายแทน</p>



<h2 class="wp-block-heading">ความผิดคนขายยา ที่ไม่ใช่เภสัชกร</h2>



<p>การจะดูว่ามีความผิดอะไรบ้างนั้น ต้องดูว่ายาที่ขายคือยาประเภทอะไร </p>



<h3 class="wp-block-heading">กรณีขายยาสามัญประจำบ้าน</h3>



<p>ถ้ายาที่ขายนั้น เป็นยาสามัญประจำบ้าน ก็ไม่มีความผิดอะไร ไม่ว่าจะขายที่ไหน ในร้านยา นอกร้านยา มีใบอนุญาตขายยาหรือไม่มี ในเวลาทำการหรือนอกเวลาทำการก็ตาม ไม่มีความผิดอะไรทั้งสิ้น</p>



<h3 class="wp-block-heading">กรณีขายยาบรรจุเสร็จ</h3>



<ul class="wp-block-list">
<li>ถ้าขายยาบรรจุเสร็จในร้านขายยาที่มีใบอนุญาตถูกต้อง ในเวลาทำการ คนขายไม่มีความผิด แต่เภสัชกรมีความผิดฐานไม่อยู่ปฏิบัติหน้าที่ (คือโทษที่ว่าเภสัชกรไม่อยู่ปฏิบัติหน้าที่มีอะไรบ้าง มันมีหลาย พรบ. หลายมาตราที่เกี่ยวข้องมากๆ ต้องดูลักษณะของความผิดด้วย เช่น ไม่อยู่แล้วมีวัสดุบิดบังว่าจะไม่ขายไหม หรือว่ามี เลยขอไม่พูดถึงในบทความนี้ เพราะจะยาวเกินไป)</li>



<li>ถ้าขายยาบรรจุเสร็จในร้านที่มีใบอนุญาตขายยา แต่นอกเวลาทำการ อันนี้คนขายไม่มีความผิด แต่ผู้รับอนุญาตหรือเจ้าของมีความผิดตาม<a href="https://thai-registration.com/drug-law/act-drug-law/%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%9a-%e0%b8%a2%e0%b8%b2-2510/#%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B2_%E0%B9%92%E0%B9%96_%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%9C%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%8D%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B9%81%E0%B8%9C%E0%B8%99%E0%B8%9B%E0%B8%B1%E0%B8%88%E0%B8%88%E0%B8%B8%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%99">มาตรา 26(7) ของ พรบ.ยา 2510</a> ตามการตีความของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่ 2,000 – 10,000 บาท</li>



<li>ถ้าขายยาบรรจุเสร็จในร้านที่ไม่มีใบอนุญาตขายยา เช่น ร้านขายของชำ อันนี้จะมีผิดฐานขายยาโดยไม่มีใบอนุญาตขายยา ซึ่งผิดตาม<a href="https://thai-registration.com/drug-law/act-drug-law/%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%9a-%e0%b8%a2%e0%b8%b2-2510/#%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B2_%E0%B9%91%E0%B9%90%E0%B9%91_%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%B9%82%E0%B8%97%E0%B8%A9%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B8%B5%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B9%83%E0%B8%9A%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%8D%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%9C%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%95_%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%A2_%E0%B8%99%E0%B8%B3%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%AF">มาตรา 12 และมีบทลงโทษตามมาตรา 101 ของ พรบ.ยา 2510</a> ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี และปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท</li>
</ul>



<p>ในกรณีของยาบรรจุเสร็จ อาจจะมีความคลุมเครืออยู่ว่า คนขายมีผิดฐานปฏิบัติวิชาชีพเภสัชกรรมโดยไม่ได้ใบอนุญาต ตาม พรบ.วิชาชีพเภสัชกรรม หรือไม่ เพราะถ้าตีความตาม พรบ.วิชาชีพเภสัชกรรม การจ่ายยาถือว่าเข้าข่ายนิยามวิชาชีพเภสัชกรรมตามมาตรา 4 ของ พรบ.วิชาชีพเภสัชกรรม แต่ในส่วนของ พรบ.ยา ระบุเพียงว่ายาบรรจุเสร็จต้องจำหน่ายในร้านที่ใบอนุญาตขายยาเท่านั้น แต่ไม่ได้ระบุว่าการขายนั้นต้องควบคุมโดยเภสัชกรเหมือนกับยาอันตรายหรือขายควบคุมพิเศษ</p>



<h4 class="wp-block-heading">แล้วจะดูยังไงว่าอันนี้คือยาบรรจุเสร็จ</h4>



<p>ยาบรรจุเสร็จเป็นปัญหาในการจำแนกมากๆ เพราะคนชอบจำสับสนกับยาสามัญประจำบ้าน วิธีดูง่ายๆว่าอันไหนคือยาบรรจุเสร็จ คือดูที่กล่องหรือฉลาก ถ้าไม่มีคำว่ายาสามัญประจำบ้านที่เขียนด้วยตัวอักษรสีเขียว หรือเขียนว่ายาอันตรายที่เขียนด้วยตัวอักษรสีแดง หรือไม่มีเขียนว่ายาควบคุมพิเศษ เอาง่ายๆคือไม่มีเขียนประเภทยาไว้บนกล่องหรือฉลากเลยนั่นแหละ อันนี้คือยาบรรจุเสร็จที่ไม่ใช่ยาอันตรายหรือยาควบคุมพิเศษ เรียกสั้นๆว่า &#8220;ยาบรรจุเสร็จ&#8221;</p>



<h3 class="wp-block-heading">กรณีขายยาอันตรายหรือขายควบคุมพิเศษ</h3>



<ul class="wp-block-list">
<li>ถ้าขายยาอันตรายหรือขายควบคุมพิเศษในร้านที่มีใบอนุญาตถูกต้อง ในเวลาทำการ คนขายมีความผิดฐานปฏิบัติวิชาชีพเภสัชกรรมโดยไม่ได้ใบอนุญาต ตาม พรบ.วิชาชีพเภสัชกรรม (ส่วนบทลงโทษจะพูดแยกในอีกหัวข้อนึงด้านล่าง) ส่วนผู้รับอนุญาตหรือเจ้าของร้านมีความผิดตาม <a href="https://thai-registration.com/drug-law/act-drug-law/%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%9a-%e0%b8%a2%e0%b8%b2-2510/#%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B2_%E0%B9%93%E0%B9%92_%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%9C%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%8D%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%A2%E0%B8%B2">พ.ร.บ.ยา พ.ศ.2510 มาตรา 32</a> ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่ 1,000 – 5,000 บาท ส่วนเภสัชกรมีความผิดฐานไม่อยู่ปฏิบัติหน้าที่ </li>



<li>ถ้าขายยาอันตรายหรือขายควบคุมพิเศษในร้านที่มีใบอนุญาตถูกต้อง แต่นอกเวลาทำการ คนขายมีความผิดฐานปฏิบัติวิชาชีพเภสัชกรรมโดยไม่ได้ใบอนุญาต ตาม พรบ.วิชาชีพเภสัชกรรม ส่วนผู้รับอนุญาตหรือเจ้าของร้านมีความผิดตาม <a href="https://thai-registration.com/drug-law/act-drug-law/%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%9a-%e0%b8%a2%e0%b8%b2-2510/#%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B2_%E0%B9%93%E0%B9%92_%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%9C%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%8D%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%A2%E0%B8%B2">พ.ร.บ.ยา พ.ศ.2510 มาตรา 32</a> ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่ 1,000 – 5,000 บาท และมีความผิดตาม<a href="https://thai-registration.com/drug-law/act-drug-law/%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%9a-%e0%b8%a2%e0%b8%b2-2510/#%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B2_%E0%B9%92%E0%B9%96_%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%9C%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%8D%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B9%81%E0%B8%9C%E0%B8%99%E0%B8%9B%E0%B8%B1%E0%B8%88%E0%B8%88%E0%B8%B8%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%99">มาตรา 26(7) ของ พรบ.ยา 2510</a> ตามการตีความของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่ 2,000 – 10,000 บาท</li>



<li>ถ้าขายยาอันตรายหรือขายควบคุมพิเศษในร้านที่ไม่มีใบอนุญาตขายยา เช่น ร้านขายของชำ อันนี้จะมีผิดฐานขายยาโดยไม่มีใบอนุญาตขายยา ซึ่งผิดตาม<a href="https://thai-registration.com/drug-law/act-drug-law/%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%9a-%e0%b8%a2%e0%b8%b2-2510/#%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B2_%E0%B9%91%E0%B9%90%E0%B9%91_%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%B9%82%E0%B8%97%E0%B8%A9%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B8%B5%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B9%83%E0%B8%9A%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%8D%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%9C%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%95_%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%A2_%E0%B8%99%E0%B8%B3%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%AF">มาตรา 12 และมีบทลงโทษตามมาตรา 101 ของ พรบ.ยา 2510</a> ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี และปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท และมีความผิดฐานปฏิบัติวิชาชีพเภสัชกรรมโดยไม่ได้ใบอนุญาต ตาม พรบ.วิชาชีพเภสัชกรรม</li>
</ul>



<h2 class="wp-block-heading">ความผิดฐานปฏิบัติวิชาชีพเภสัชกรรมโดยไม่ได้ใบอนุญาต ตาม พรบ.วิชาชีพเภสัชกรรม</h2>



<p>อันนี้จะมาพูดถึงว่า ถ้าเราไม่ได้เป็นเภสัชกร ไม่ใบประกอบ แล้วเราไปขายยา เราจะผิดฐานปฏิบัติวิชาชีพเภสัชกรรมโดยไม่ได้ใบอนุญาต แต่ทีนี้ ความผิดมันมีอะไรบ้างล่ะ</p>



<p>ขอเท้าความก่อนว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นของกฎหมายข้อนี้ หลักๆ 90% เลย คือร้านยาแขวนป้าย กล่าวคือ เภสัชอยู่แต่ป้าย แล้วตัวไม่อยู่ แล้วให้คนอื่นมาขายยาแทน ดังนั้นคนที่โดนลงโทษเรื่องนี้ ส่วนมากจึงเป็นคนที่กระทำความผิดในร้านที่มีใบอนุญาตขายยาถูกต้อง เพียงแต่ตัวเค้าเองไม่ใช่เภสัชกร</p>



<p>สำหรับบทลงโทษฐานปฏิบัติวิชาชีพเภสัชกรรมโดยไม่ได้ใบอนุญาต ตาม พรบ.วิชาชีพเภสัชกรรม คือการฝ่าฝืน<a href="https://www.pharmacycouncil.org/index.php?option=content_detail&amp;menuid=66&amp;itemid=2520&amp;catid=0">มาตรา 28 ของ พรบ.วิชาชีพเภสัชกรรม </a>มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 3 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ</p>



<p>จะเห็นได้ว่า โทษจริงๆแล้ว มีโทษจำคุกด้วย แต่เราไม่เคยเห็นใครขายยาแล้วติดคุกเลยใช่ไหมครับ ถ้าไม่ได้มีผู้เสียหายฟ้องร้อง หรือมีคนตาย ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะว่าในอดีตที่ผ่านมา สภาเภสัชกรรม ลงโทษความผิดนี้เพียงโทษปรับเท่านั้น แต่ว่าการทำเช่นนี้เกิดปัญหามาก เพราะว่าคนทำผิดไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย โดนจับไปจ่ายค่าปรับก็จบ ในขณะที่เภสัชกรที่มีใบอนุญาตถูกต้อง หากไม่อยู่ร้านยา กลับถูกสภาลงโทษหนักมาก คือพักใช้ใบประกอบถึง 2 ปี ทำให้หลายๆคนมองว่าโทษระหว่างคนในกับคนนอกไม่เท่ากัน ในปี 2566 เป็นต้นมา สภาจึงปรับใหม่ คราวนี้ฟ้องคนขายยาที่ไม่ใช่เภสัชกรโดยมีโทษจำคุกด้วย ซึ่งก็มีผลพิพากษาเป็นคดีตัวอย่างแล้ว ดังรูป</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" width="1448" height="2048" data-attachment-id="36438" data-permalink="https://tobepharmacist.com/%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1/%e0%b8%96%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%8a%e0%b8%81%e0%b8%a3-%e0%b9%81%e0%b8%a5/attachment/%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2-%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%a2%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%83%e0%b8%8a/#main" data-orig-file="https://tobepharmacist.com/wp-content/uploads/2023/07/คำพิพากษา-ขายยาโดยไม่ใช่เภสัชกร.jpg" data-orig-size="1448,2048" data-comments-opened="1" data-image-meta="{&quot;aperture&quot;:&quot;0&quot;,&quot;credit&quot;:&quot;&quot;,&quot;camera&quot;:&quot;&quot;,&quot;caption&quot;:&quot;&quot;,&quot;created_timestamp&quot;:&quot;0&quot;,&quot;copyright&quot;:&quot;&quot;,&quot;focal_length&quot;:&quot;0&quot;,&quot;iso&quot;:&quot;0&quot;,&quot;shutter_speed&quot;:&quot;0&quot;,&quot;title&quot;:&quot;&quot;,&quot;orientation&quot;:&quot;0&quot;}" data-image-title="คำพิพากษา-ขายยาโดยไม่ใช่เภสัชกร" data-image-description="" data-image-caption="" data-medium-file="https://tobepharmacist.com/wp-content/uploads/2023/07/คำพิพากษา-ขายยาโดยไม่ใช่เภสัชกร-212x300.jpg" data-large-file="https://tobepharmacist.com/wp-content/uploads/2023/07/คำพิพากษา-ขายยาโดยไม่ใช่เภสัชกร-724x1024.jpg" src="https://tobepharmacist.com/wp-content/uploads/2023/07/คำพิพากษา-ขายยาโดยไม่ใช่เภสัชกร.jpg" alt="" class="wp-image-36438" srcset="https://tobepharmacist.com/wp-content/uploads/2023/07/คำพิพากษา-ขายยาโดยไม่ใช่เภสัชกร.jpg 1448w, https://tobepharmacist.com/wp-content/uploads/2023/07/คำพิพากษา-ขายยาโดยไม่ใช่เภสัชกร-212x300.jpg 212w, https://tobepharmacist.com/wp-content/uploads/2023/07/คำพิพากษา-ขายยาโดยไม่ใช่เภสัชกร-724x1024.jpg 724w, https://tobepharmacist.com/wp-content/uploads/2023/07/คำพิพากษา-ขายยาโดยไม่ใช่เภสัชกร-768x1086.jpg 768w, https://tobepharmacist.com/wp-content/uploads/2023/07/คำพิพากษา-ขายยาโดยไม่ใช่เภสัชกร-1086x1536.jpg 1086w" sizes="(max-width: 1448px) 100vw, 1448px" /></figure>
</div>


<p>จะเห็นได้ว่า คราวนี้มีการดำเนินคดีอาญา โดยศาลได้ตัดสินให้เสียค่าปรับ 12,000 บาท และลงโทษจำคุก 6 เดือน (จากบทกำหนดโทษสูงสุดคือจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 3 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ) แต่เนื่องจากเป็นการกระทำความผิดครั้งแรก โทษจำคุกจึงให้รอลงอาญาไปก่อน 1 ปี</p>



<p>หลายคนก็อาจคิดว่า อ้าว สุดท้ายก็รอลงอาญาอยู่ดี โดนแค่โทษปรับเหมือนเดิม แต่จริงๆมันไม่เหมือนเดิมซะทีเดียวครับ เพราะว่า ถ้ากระทำความผิดซ้ำเดิมอีก มันจะไม่ใช่รอลงอาญาละ แต่เป็นติดคุกจริงๆ นอกจากนี้ การโดนคดีอาญายังมีผลเสียอีกมาก เช่น ทำให้มีประวัติต้องโทษอาญาติดตัวไปตลอดชีวิต และเสียโอกาสที่ดีในอนาคตได้ (เพราะมีหลายหน่วยงานที่ตรวจสอบประวัติไปที่กรมตำรวจหากพบว่าเคยต้องโทษอาญาจะไม่รับเข้าทำงาน) เป็นต้น</p>
<p>The post <a href="https://tobepharmacist.com/%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1/%e0%b8%96%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%8a%e0%b8%81%e0%b8%a3-%e0%b9%81%e0%b8%a5/">ถ้าไม่ได้เป็นเภสัชกร แล้วไปยืนขายยาได้ไหม ไปแล้วจะมีความผิดอะไรบ้าง?</a> appeared first on <a href="https://tobepharmacist.com">TOBEPHARMACIST</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://tobepharmacist.com/%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1/%e0%b8%96%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%8a%e0%b8%81%e0%b8%a3-%e0%b9%81%e0%b8%a5/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">36436</post-id>	</item>
		<item>
		<title>ข้าราชการเงินเดือนขึ้นปีละกี่บาท?</title>
		<link>https://tobepharmacist.com/%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1/%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%b6%e0%b9%89%e0%b8%99/</link>
					<comments>https://tobepharmacist.com/%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1/%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%b6%e0%b9%89%e0%b8%99/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 27 May 2023 15:48:35 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://tobepharmacist.com/?p=32583</guid>

					<description><![CDATA[<p>😏😏เคยสงสัยกันมั้ยว่าเงินเดือนข้าราชการเวลาปรับขึ้น ปรับยังไงมีหลักตายตัวมั้ย ทำไมบางที่ขึ้น 500 บาท บางที่ขึ้น 400 บาท แล้วข้าราชการเงินเดือนอันน้อยนิดนั้นจะได้ขึ้นปีละกี่บาทกัน คำตอบคือมันมีปัจจัยอ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://tobepharmacist.com/%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1/%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%b6%e0%b9%89%e0%b8%99/">ข้าราชการเงินเดือนขึ้นปีละกี่บาท?</a> appeared first on <a href="https://tobepharmacist.com">TOBEPHARMACIST</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>😏😏เคยสงสัยกันมั้ยว่าเงินเดือนข้าราชการเวลาปรับขึ้น ปรับยังไงมีหลักตายตัวมั้ย ทำไมบางที่ขึ้น 500 บาท บางที่ขึ้น 400 บาท แล้วข้าราชการเงินเดือนอันน้อยนิดนั้นจะได้ขึ้นปีละกี่บาทกัน คำตอบคือมันมีปัจจัยอยู่ 2 ส่วน คือ 1.ตัวบุคคล 2หน่วยงาน (ก็แน่ละที่ไหนก็เป็นกัน แล้วจะมาบอกทำมะเขืออะไร) เพราะการขึ้นเงินเดือนของระบบข้าราชการนั้นจะเป็นระบบการขึ้นตามฐานเงินเดือน ตัวอย่างฐานเงินคำนวณเงินเดือนของ ก.พ. ที่มีผลการเลื่อนตั้งแต่ปี 2560 เป็นต้นไป (ฉบับใหม่สามารถติดตามได้จาก <a href="http://www.ocsc.go.th">www.ocsc.go.th</a>)</p>



<p>โดยปกติแล้วเภสัชกรที่จบปริญญาตรีจะบรรจุประเภทตำแหน่งงานวิชาการ ในระดับปฏิบัติการซึ่งคนที่จบหลักสูตร 5 ปี และ 6 ปีก็จะมีการบรรจุเงินเดือนที่แตกต่างกันไป แถมการบรรจุตามวุฒิ 5 หรือ 6 ปี นั้นก็จะมีช่วงเงินเดือนที่บรรจุให้ด้วย ซึ่งการพิจารณาปรับเงินเดือนจะมีปีละ 2 ครั้ง คือรอบ เมษายน และรอบตุลาคม ของทุกปี</p>



<p>และนี่ตัวละครสมมติที่จะอธิบายแนวทางการขึ้นเงินเดือน</p>



<p>เภสัชกรชายหน้าตาดี นามว่าปลาเก๋า สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่งในประเทศไทย ด้วยเกียรตินิยมอันดับ 3 เหรียญทองแดง(ไม่ตกออกก็บุญแล้ว) ในหลักสูตร 5 ปี ซึ่งได้บรรจุข้าราชการ ดำรงตำแหน่งเภสัชกรปฏิบัติการภายใต้กระทรวงสาธารณสุขได้รับเงินเดือนแรกเริ่มบรรจุ 16,760 บาท ภายหลังจากทำงานด้วยความตั้งใจตรากตรำมานะบากบั่นจนผลงานเป็นที่ประจักษ์ แต่บังเอิญหัวหน้าหมั่นไส้เลยได้รับการประเมินเงินเดือนในระดับ “พอใช้” เงินเดือนขึ้น 2% ในรอบการนึงประเมิน จะขึ้น 359.60 บาท หรือ 360 บาท (เงินเดือนหรือดอกเบี้ยเงินฝาก 5555)</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" width="800" height="1082" data-attachment-id="32584" data-permalink="https://tobepharmacist.com/%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1/%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%b6%e0%b9%89%e0%b8%99/attachment/%e0%b8%90%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3/#main" data-orig-file="https://tobepharmacist.com/wp-content/uploads/2023/05/ฐานเงินเดือนข้าราชการ.jpg" data-orig-size="800,1082" data-comments-opened="1" data-image-meta="{&quot;aperture&quot;:&quot;0&quot;,&quot;credit&quot;:&quot;&quot;,&quot;camera&quot;:&quot;&quot;,&quot;caption&quot;:&quot;&quot;,&quot;created_timestamp&quot;:&quot;0&quot;,&quot;copyright&quot;:&quot;&quot;,&quot;focal_length&quot;:&quot;0&quot;,&quot;iso&quot;:&quot;0&quot;,&quot;shutter_speed&quot;:&quot;0&quot;,&quot;title&quot;:&quot;&quot;,&quot;orientation&quot;:&quot;0&quot;}" data-image-title="ฐานเงินเดือนข้าราชการ" data-image-description="" data-image-caption="" data-medium-file="https://tobepharmacist.com/wp-content/uploads/2023/05/ฐานเงินเดือนข้าราชการ-222x300.jpg" data-large-file="https://tobepharmacist.com/wp-content/uploads/2023/05/ฐานเงินเดือนข้าราชการ-757x1024.jpg" src="https://tobepharmacist.com/wp-content/uploads/2023/05/ฐานเงินเดือนข้าราชการ.jpg" alt="" class="wp-image-32584" srcset="https://tobepharmacist.com/wp-content/uploads/2023/05/ฐานเงินเดือนข้าราชการ.jpg 800w, https://tobepharmacist.com/wp-content/uploads/2023/05/ฐานเงินเดือนข้าราชการ-222x300.jpg 222w, https://tobepharmacist.com/wp-content/uploads/2023/05/ฐานเงินเดือนข้าราชการ-757x1024.jpg 757w, https://tobepharmacist.com/wp-content/uploads/2023/05/ฐานเงินเดือนข้าราชการ-768x1039.jpg 768w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></figure>
</div>


<p>🤔🤔จากตรงนี้จะมีคำถามว่าทำไมขึ้น 2% แล้วขึ้น 360 บาท คิดจากอะไร??? คำตอบคือคิดจากฐานเงินเดือนครับ (ดูรูปประกอบ) </p>



<p>กรณีของ ภก.ปลาเก๋านั้นปัจจุบันปฏิบัติงานในตำแหน่ง “เภสัชกรปฏิบัติการ” ที่สังกัดกระทรวงสาธารณสุข อยู่ภายใต้ระเบียบการปรับเงินเดือนของ ก.พ. (หน่วยงานอื่นต้องไปดูว่าสังกัดอะไรและระเบียบการปรับเงินเดือนเป็นอย่างไร) ซึ่งขั้นเงินเดือนดูในคอลัมน์ช่วงเงินเดือนของปฏิบัติการ (กรอบสีแดง) จะเห็นว่า เงินเดือนของภก.ปลาเก๋านั้นจะอยู่ในช่วงเงินเดือน 7,140-20,950 บาท ซึ่งจะอยู่ในระดับ “ล่าง” ฐานเงินเดือนที่ใช้คำนวณคือ 17,980 บาท เมื่อคำนวณเงินเดือนที่ได้รับการปรับขึ้นมาแล้วนั้น จะคิดได้ว่า 17,980 * 2% = 359.60 หรือ 360 บาท</p>



<p>หากว่า ภก.ปลาเก๋าตั้งใจทำงานและทำงานผลงานจนกลายเลื่อนขั้นไปเป็นเภสัชกรชำนาญการแล้วล่ะก็ ณ เงินเดือนปัจจุบัน ที่เป็นเภสัชกรชำนาญการ ฐานเงินเดือนที่ใช้ในการคำนวณจะกลายเป็น24,410 บาทเลยทีเดียว และเมื่อคิดว่าได้2 % เงินเดือนก็จะขึ้น 488.2 บาท นั้นเอง</p>



<p>และในส่วนที่สองคือหน่วยงาน ในแต่ละปีหน่วยงานต่างๆจะได้รับการจัดสรรงบประมาณสำหรับการปรับขึ้นเงินเดือนของข้าราชการในสังกัดของตนเองนั้น จะมีทั้งคนที่ได้ขึ้น 3% บ้าง 4% บ้าง ซึ่งการปรับเงินเดือนนั้นก็จะมีคะแนนการประเมินเรียงลำดับจากดีสุดไประดับแย่ ดีเด่น (2 ขั้น), ดีมาก (ขั้นครึ่ง), ดี (1ขั้น), พอใช้ (ครึ่งขั้น), ต้องปรับปรุง ซึ่งในแต่ระดับการปรับเงินเดือนนั้น ก็จะมี% ภายในแตกต่างกันอีกทีหนึ่ง</p>



<p>💸💸💸ดังนั้นสรุปแล้ว การขึ้นเงินเดือนของข้าราชการก็จะมี 2 ส่วนที่เกี่ยวข้องคือ เงินเดือนแรกบรรจุของข้าราชการแต่ละคน รวมทั้งตำแหน่งที่ดำรงอยู่(ปฏิบัติการ ชำนาญการ ฯลฯ) และอีกส่วนคือเงินที่หน่วยงานได้รับจัดสรรมา แต่โดยปกติแล้วการประเมินเงินเดือนของข้าราชการหากว่าทำงานด้วยความตั้งใจแล้วนั้นส่วนมากมักจะอยู่ในระดับดีมากเสียส่วนใหญ่ เว้นแต่ลาเยอะ มาทำงานสาย กลับก่อน อันนี้ก็แล้วแต่ดุลยพินิจของหัวหน้าอีกทีหนึ่งครับ😙😙</p>



<h2 class="wp-block-heading">สรุป</h2>



<p>การขึ้นเงินเดือนของข้าราชการ ขึ้นกับ 2 ส่วน คือ</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>ผลงานที่ได้ในรอบการประเมิน แบ่งเป็น ดีเด่น, ดีมาก, ดี, พอใช้, ต้องปรับปรุง</li>



<li>งบประมาณของหน่วยงานนั้น</li>
</ol>



<p>ดังนั้นแต่ละหน่วยงาน จะมีเกณฑ์ % การขึ้นของแต่ละระดับการประเมินไม่เหมือนกัน ยกตัวอย่างตัวเลขจริงๆของ 2 หน่วยงาน (ซึ่งหน่วยงาน B ปีนี้ได้รับการจัดสรรงบเยอะกว่าหน่วยงาน A) ดังตาราง</p>



<figure class="wp-block-table aligncenter"><table><thead><tr><th class="has-text-align-center" data-align="center">ผลการประเมิน</th><th class="has-text-align-center" data-align="center">% ขึ้นเงินเดือนของหน่วยงาน A</th><th class="has-text-align-center" data-align="center">% ขึ้นเงินเดือนของหน่วยงาน B</th></tr></thead><tbody><tr><td class="has-text-align-center" data-align="center">ดีเด่น</td><td class="has-text-align-center" data-align="center">3.0-3.5%</td><td class="has-text-align-center" data-align="center">4.0%</td></tr><tr><td class="has-text-align-center" data-align="center">ดีมาก</td><td class="has-text-align-center" data-align="center">2.6-2.9%</td><td class="has-text-align-center" data-align="center">3.5%</td></tr><tr><td class="has-text-align-center" data-align="center">ดี</td><td class="has-text-align-center" data-align="center">2.3-2.5 %</td><td class="has-text-align-center" data-align="center">3.0%</td></tr><tr><td class="has-text-align-center" data-align="center">พอใช้</td><td class="has-text-align-center" data-align="center">2.0-2.2 %</td><td class="has-text-align-center" data-align="center">2.5%</td></tr><tr><td class="has-text-align-center" data-align="center">ต้องปรับปรุง</td><td class="has-text-align-center" data-align="center">ไม่ได้ขึ้น</td><td class="has-text-align-center" data-align="center">ไม่ได้ขึ้น</td></tr></tbody></table></figure>



<p>ซึ่งข้าราชการโดยปกติแล้ว จะได้ประเมินกันที่&#8221;ดีมาก&#8221; เว้นแต่เด่นจริงๆถึงได้&#8221;ดีเด่น&#8221; (ส่วนมากคนที่ได้ดีเด่น มี 3 พวก คือ 1.หัวหน้างาน 2.โดดเด่นมากๆ 3.ลูกรัก) ส่วนที่แย่ๆหน่อย รวมถึงพวกหัวหน้าหมั่นไส้ ก็จะได้ดี ไม่ก็พอใช้ </p>



<p>อย่างไรก็ดี ถ้าอยากคำนวณคร่าวๆก็ตีเป็นตัวเลขคร่าวๆไปเลยว่า 3% ต่อรอบก็ได้ เพราะโดยเฉลี่ยแล้วแต่ละหน่วยงาน ถ้าได้ดีมาก ก็จะอยู่ที่ราวๆ 3% แหละ บวกลบนิดหน่อยขึ้นกับงบที่ได้รับ</p>



<p>พอเรารู้ % แล้ว เราก็เอาไปคำนวณจากฐานในการคำนวณเงินเดือนดังรูปด้านบน ก็จะได้ตัวเลขที่ได้เงินขึ้นจริงๆ เช่น เราเงินเดือน 18,000 ในตำแหน่งวิชาการ ระดับปฏิบัติการ พอไปดูในตารางฐานที่เอามาคำนวณคือ 17,980 บาท ถ้าคิดคร่าวๆที่ 3.0% ก็จะได้ขึ้น 539.4 บาท ต่อรอบการประเมิน</p>



<p>แต่ทีนี้ ราชการไม่เหมือนเอกชน เอกชนประเมินผลงานกันแค่ปีละรอบ แต่ข้าราชการประเมินกันปีละ 2 รอบ ดังนั้นถ้าตีคร่าวๆก็คือ 3.0% 2 รอบ ปีนึงก็ได้เงินขึ้น 1078.8 บาท แบบนี้ เป็นต้น</p>



<p>👉👉ตอนหน้าแอดจะมาอธิบายเพิ่มเติมในส่วนเงินเดือนแรกเริ่มบรรจุของข้าราชการว่าทำไมบรรจุเป็นช่วงแล้วแต่ละช่วงนั้นคำนวณจากอะไร และเงินบำนาญยามเกษียณ ว่าจริงๆแล้วข้าราชการจะดีกว่าเอกชนจริงหรือไม่ แล้วทำไมหลายคนถึงคิดว่าข้าราชการเอาเปรียบเอกชนว่ามีเงินบำนาญกินใช้ยามเกษียณแบบสบายกว่า 👉👉ถ้าไม่ลืม 55555👈👈</p>
<p>The post <a href="https://tobepharmacist.com/%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1/%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%b6%e0%b9%89%e0%b8%99/">ข้าราชการเงินเดือนขึ้นปีละกี่บาท?</a> appeared first on <a href="https://tobepharmacist.com">TOBEPHARMACIST</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://tobepharmacist.com/%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1/%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%b6%e0%b9%89%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">32583</post-id>	</item>
		<item>
		<title>โฆษณายา แบบไหนทำได้/ไม่ได้</title>
		<link>https://tobepharmacist.com/%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1/%e0%b9%82%e0%b8%86%e0%b8%a9%e0%b8%93%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%b2-%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89-%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%84/</link>
					<comments>https://tobepharmacist.com/%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1/%e0%b9%82%e0%b8%86%e0%b8%a9%e0%b8%93%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%b2-%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89-%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%84/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 18 Jan 2023 19:06:09 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.tobepharmacist.com/?p=24848</guid>

					<description><![CDATA[<p>สืบเนื่องจากตอนนี้มีอาชีพใหม่ แคปคนโฆษณายาส่ง อย. โดนค่าปรับกันหลายหมื่น (มีตั้งแต่ 1 หมื่น ถึง 1 แสน) แถมคนแจ้งยังได้ส่วนแบ่งค่าปรับด้วย เราก็เลยจะมาทำความเข้าใจเรื่องโฆษณายากันนะครับ รีวิว vs การโ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://tobepharmacist.com/%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1/%e0%b9%82%e0%b8%86%e0%b8%a9%e0%b8%93%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%b2-%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89-%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%84/">โฆษณายา แบบไหนทำได้/ไม่ได้</a> appeared first on <a href="https://tobepharmacist.com">TOBEPHARMACIST</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>สืบเนื่องจากตอนนี้มีอาชีพใหม่ แคปคนโฆษณายาส่ง อย. โดนค่าปรับกันหลายหมื่น (มีตั้งแต่ 1 หมื่น ถึง 1 แสน) แถมคนแจ้งยังได้ส่วนแบ่งค่าปรับด้วย เราก็เลยจะมาทำความเข้าใจเรื่องโฆษณายากันนะครับ</p>



<h2 class="wp-block-heading">รีวิว vs การโฆษณา? ต่างกันอย่างไร แบบไหนทำได้หรือไม่ได้</h2>



<p>อย่างแรก อยากให้ไปอ่านบทความนี้ครับ<a href=" https://www.wongkarnpat.com/viewya.php?id=2773#_ftn1"> https://www.wongkarnpat.com/viewya.php?id=2773#_ftn1</a></p>



<p>ต่อมาที่ต้องเข้าใจคือ ประเทศไทย ไม่มีกฎหมายควบคุมการรีวิว ดังนั้น ต้องใช้กฎหมายอื่นเพื่อควบคุมการรีวิว เช่น ถ้ารีวิวแย่ๆกลั่นแกล้งก็ใช้ ความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา หรือการฟ้องหมิ่นประมาททางแพ่งในมูลละเมิด หรือในกรณีของผลิตภัณฑ์สุขภาพ พวกยา อาหาร เครื่องสำอาง ก็ต้องเป็นการรีวิวไม่เข้าข่ายการโฆษณา เช่น ถ้าเป็นยา ก็ต้องไม่เข้าข่ายการโฆษณายาตามกฎหมายว่าด้วยยา</p>



<p>แล้วรีวิวแบบไหนที่จะเข้าข่ายโฆษณา หลักๆมี 3 ข้อ</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>ทำเพื่อประโยชน์ทางการค้า (และประโยชน์ทางการค้าหมายรวมถึงเพื่อการซื้อขายด้วย)</li>



<li>รับเงินมารีวิว</li>



<li>บอกแต่ด้านดี</li>
</ol>



<p>แล้วจะรู้ได้ไงว่าอันนี้แค่รีวิวเฉยๆไม่ต้องแจ้ง ความจริงคือ ถ้าองค์ประกอบทางความผิดครบก็แจ้งได้ เพราะเราไม่ได้มีหน้าที่ตีความ คนที่ต้องตีความคือศาลซึ่งจะดูจากพยานหลักฐานประกอบด้วย</p>



<h2 class="wp-block-heading">คำถาม</h2>



<h3 class="wp-block-heading">1.ทำเว็บมีรูปยา ผิดเรื่องโฆษณายาไหม?</h3>



<p>ถ้ามีรูปสินค้า กดใส่ตะกร้า กดซื้อได้ ก็ผิด เพราะถือว่าเข้าข่ายการขาย (เผยแพร่ + การขาย = โฆษณาขาย)</p>



<h3 class="wp-block-heading">2.ทำไมโพสต์รูปลงว่าสินค้ามาแล้วที่ร้านถึงผิด?</h3>



<p>เพราะการขายตาม พรบ.ยา หมายรวมถึงการมีไว้เพื่อขายด้วย พอมีรูป + มีของที่ขาย(=ขายแล้วตาม พรบ.ยา) มันเลยเข้าข่ายโฆษณายา</p>



<p>แต่มันก็ขึ้นกับว่าเผยแพร่ยังไงด้วย อย่างส่งให้ส่วนตัวแบบนี้ มันไม่ได้เผยแพร่สู่สาธารณชน มันก็ไม่เข้าข่ายโฆษณาอยู่แล้ว แต่ถ้าแชร์ใน fb แค่กับเพื่อน ไม่ได้เปิด public งี้ ถือว่าเผยแพร่สู่สาธารณชนไหม ไม่รู้ ยังไม่เคยเห็นใครตีความ (แต่ถ้าเปิดแค่เพื่อนแล้วยังโดนแคปไปฟ้อง เพื่อนแบบนี้ก็เลิกคบเหอะ)</p>



<h3 class="wp-block-heading">3.ให้ลูกจ้างโพสต์ได้ไหม?</h3>



<p>ลูกจ้างโพสต์มีความผิดตาม พรบ.ยา + ลูกจ้างได้รับการคุ้มกันตามมาตรา 16 ให้ถือว่าการกระทำของลูกจ้างหรือตัวแทนของผู้รับอนุญาตที่ได้รับการคุ้มกันตามวรรคหนึ่ง เป็นการกระทำของผู้รับอนุญาตด้วย เว้นแต่ผู้รับอนุญาตจะพิสูจน์ได้ว่าการกระทำดังกล่าว เป็นการสุดวิสัยที่ตนจะล่วงรู้หรือควบคุมได้ + ถ้าการกระทำของลูกจ้างเข้าข่ายการขาย จะโดน พรบ.วิชาชีพเภสัช เรื่องประกอบวิชาชีพโดยไม่ได้รับอนุญาตด้วย</p>



<h3 class="wp-block-heading">4.คนธรรมดาโฆษณายาโดนอะไร?</h3>



<p>โดนความผิดตาม พรบ.ยา + ถ้าเข้าข่ายการขายยาด้วย ก็โดนเรื่องประกอบวิชาชีพโดยไม่ได้รับอนุญาตด้วย ตาม พรบ.วิชาชีพด้วย</p>



<h3 class="wp-block-heading">5.เภสัชโฆษณายาโดนอะไร?</h3>



<p>โดนความผิดตาม พรบ.ยา + โทษทางจรรยาบรรณตาม พรบ.วิชาชีพเภสัชกรรม</p>



<h3 class="wp-block-heading">6.ขายยาสามัญประจำบ้าน เครื่องมือแพทย์ พวกนี้ ในเว็บหรือสื่อออนไลน์ได้ไหม</h3>



<p>ขายได้ แต่ห้ามมีรูปหรือสื่อที่ยังไม่ได้รับอนุญาตเพราะจะเข้าข่ายโฆษณาโดยไม่ได้รับอนุญาต (แล้วมันจะขายยังไงวะ ไม่มีรูป) หรือถ้าจะใช้สื่อ ก็ต้องใช้สื่อที่ขออนุญาตโฆษณาแล้ว หรือไม่งั้นก็ไปขออนุญาตเอง ตามนี้ <a href="https://www.fda.moph.go.th/sites/drug/SitePages/advertisement01.aspx?">https://www.fda.moph.go.th/sites/drug/SitePages/advertisement01.aspx?</a>ยื่น 1 คำขอ มียากี่ตัวก็ได้ แต่ต้องอยู่ในหน้าเดียวกัน (ก็กฎหมายมันออกมาสมัยยังไม่มีเว็บหลายๆหน้าอ่ะ มันคิด base on ป้าย 1 ป้าย กระดาษ 1 แผ่น) แต่จากใจจริงเลยนะ ยาสามัญประจำบ้านพวกมืงก็ปล่อยๆกันบ้างเหอะ อย่าแคปไปฟ้องกันเลย</p>



<p>ดูตัวอย่างในแอพ 7-11 ทำค่อนข้างดีมีการขายยาเฉพาะยาสามัญประจำบ้าน​(เพราะกฎหมายอนุญาตขายได้แค่นี้)​ แต่ก็มีการระบุเลขที่ขอโฆษณาครบถ้วนทั้งการโฆษณาเครื่องมือแพทย์(มีเลขฆพ.)​และโฆษณายาที่ไม่ใช่ยาอันตรายแก่ประชาชน(มีเลขฆท.)​</p>



<div class="wp-block-columns is-layout-flex wp-container-core-columns-is-layout-9d6595d7 wp-block-columns-is-layout-flex">
<div class="wp-block-column is-layout-flow wp-block-column-is-layout-flow">
<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" width="478" height="1024" data-attachment-id="24857" data-permalink="https://tobepharmacist.com/%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1/%e0%b9%82%e0%b8%86%e0%b8%a9%e0%b8%93%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%b2-%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89-%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%84/attachment/image-8/#main" data-orig-file="https://tobepharmacist.com/wp-content/uploads/2023/01/image.png" data-orig-size="640,1370" data-comments-opened="1" data-image-meta="{&quot;aperture&quot;:&quot;0&quot;,&quot;credit&quot;:&quot;&quot;,&quot;camera&quot;:&quot;&quot;,&quot;caption&quot;:&quot;&quot;,&quot;created_timestamp&quot;:&quot;0&quot;,&quot;copyright&quot;:&quot;&quot;,&quot;focal_length&quot;:&quot;0&quot;,&quot;iso&quot;:&quot;0&quot;,&quot;shutter_speed&quot;:&quot;0&quot;,&quot;title&quot;:&quot;&quot;,&quot;orientation&quot;:&quot;0&quot;}" data-image-title="image" data-image-description="" data-image-caption="" data-medium-file="https://tobepharmacist.com/wp-content/uploads/2023/01/image-140x300.png" data-large-file="https://tobepharmacist.com/wp-content/uploads/2023/01/image-478x1024.png" src="https://www.tobepharmacist.com/wp-content/uploads/2023/01/image-478x1024.png" alt="" class="wp-image-24857" srcset="https://tobepharmacist.com/wp-content/uploads/2023/01/image-478x1024.png 478w, https://tobepharmacist.com/wp-content/uploads/2023/01/image-140x300.png 140w, https://tobepharmacist.com/wp-content/uploads/2023/01/image.png 640w" sizes="(max-width: 478px) 100vw, 478px" /></figure>
</div>



<div class="wp-block-column is-layout-flow wp-block-column-is-layout-flow">
<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" width="478" height="1024" data-attachment-id="24858" data-permalink="https://tobepharmacist.com/%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1/%e0%b9%82%e0%b8%86%e0%b8%a9%e0%b8%93%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%b2-%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89-%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%84/attachment/image-1-3/#main" data-orig-file="https://tobepharmacist.com/wp-content/uploads/2023/01/image-1.jpg" data-orig-size="640,1370" data-comments-opened="1" data-image-meta="{&quot;aperture&quot;:&quot;0&quot;,&quot;credit&quot;:&quot;&quot;,&quot;camera&quot;:&quot;&quot;,&quot;caption&quot;:&quot;&quot;,&quot;created_timestamp&quot;:&quot;0&quot;,&quot;copyright&quot;:&quot;&quot;,&quot;focal_length&quot;:&quot;0&quot;,&quot;iso&quot;:&quot;0&quot;,&quot;shutter_speed&quot;:&quot;0&quot;,&quot;title&quot;:&quot;&quot;,&quot;orientation&quot;:&quot;0&quot;}" data-image-title="image-1" data-image-description="" data-image-caption="" data-medium-file="https://tobepharmacist.com/wp-content/uploads/2023/01/image-1-140x300.jpg" data-large-file="https://tobepharmacist.com/wp-content/uploads/2023/01/image-1-478x1024.jpg" src="https://www.tobepharmacist.com/wp-content/uploads/2023/01/image-1-478x1024.jpg" alt="" class="wp-image-24858" srcset="https://tobepharmacist.com/wp-content/uploads/2023/01/image-1-478x1024.jpg 478w, https://tobepharmacist.com/wp-content/uploads/2023/01/image-1-140x300.jpg 140w, https://tobepharmacist.com/wp-content/uploads/2023/01/image-1.jpg 640w" sizes="(max-width: 478px) 100vw, 478px" /><figcaption class="wp-element-caption">ภาพจาก <a href="https://www.facebook.com/songkran.sk">สงกรานต์ คงคาเพชรสกุล</a></figcaption></figure>
</div>



<div class="wp-block-column is-layout-flow wp-block-column-is-layout-flow">
<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" width="478" height="1024" data-attachment-id="24859" data-permalink="https://tobepharmacist.com/%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1/%e0%b9%82%e0%b8%86%e0%b8%a9%e0%b8%93%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%b2-%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89-%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%84/attachment/image-1-4/#main" data-orig-file="https://tobepharmacist.com/wp-content/uploads/2023/01/image-1.png" data-orig-size="640,1370" data-comments-opened="1" data-image-meta="{&quot;aperture&quot;:&quot;0&quot;,&quot;credit&quot;:&quot;&quot;,&quot;camera&quot;:&quot;&quot;,&quot;caption&quot;:&quot;&quot;,&quot;created_timestamp&quot;:&quot;0&quot;,&quot;copyright&quot;:&quot;&quot;,&quot;focal_length&quot;:&quot;0&quot;,&quot;iso&quot;:&quot;0&quot;,&quot;shutter_speed&quot;:&quot;0&quot;,&quot;title&quot;:&quot;&quot;,&quot;orientation&quot;:&quot;0&quot;}" data-image-title="image-1" data-image-description="" data-image-caption="" data-medium-file="https://tobepharmacist.com/wp-content/uploads/2023/01/image-1-140x300.png" data-large-file="https://tobepharmacist.com/wp-content/uploads/2023/01/image-1-478x1024.png" src="https://www.tobepharmacist.com/wp-content/uploads/2023/01/image-1-478x1024.png" alt="" class="wp-image-24859" srcset="https://tobepharmacist.com/wp-content/uploads/2023/01/image-1-478x1024.png 478w, https://tobepharmacist.com/wp-content/uploads/2023/01/image-1-140x300.png 140w, https://tobepharmacist.com/wp-content/uploads/2023/01/image-1.png 640w" sizes="(max-width: 478px) 100vw, 478px" /></figure>
</div>
</div>
<p>The post <a href="https://tobepharmacist.com/%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1/%e0%b9%82%e0%b8%86%e0%b8%a9%e0%b8%93%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%b2-%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89-%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%84/">โฆษณายา แบบไหนทำได้/ไม่ได้</a> appeared first on <a href="https://tobepharmacist.com">TOBEPHARMACIST</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://tobepharmacist.com/%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1/%e0%b9%82%e0%b8%86%e0%b8%a9%e0%b8%93%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%b2-%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89-%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%84/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">24848</post-id>	</item>
		<item>
		<title>เมื่อมีน้องมาถามพี่ว่า เภสัชศาสตร์ กับ เภสัช-วิทยาศาสตร์เครื่องสำอาง ต่างกันยังไง</title>
		<link>https://tobepharmacist.com/%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1/pharmacy-vs-consmetics/</link>
					<comments>https://tobepharmacist.com/%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1/pharmacy-vs-consmetics/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 08 Jul 2022 18:56:19 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.tobepharmacist.com/?p=1328</guid>

					<description><![CDATA[<p>ก่อนอื่น ต้องออกตัวก่อนว่า พี่เป็นเภสัชกร ไม่รู้เหมือนกันว่าวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางเค้าเรียนอะไรกันบ้าง ดังนั้นพี่จึงขอตอบเท่าที่พี่รู้นะครับ พี่ดูจากหลักสูตรของ มน. http://admin.pha.nu.ac.th/Docume [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://tobepharmacist.com/%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1/pharmacy-vs-consmetics/">เมื่อมีน้องมาถามพี่ว่า เภสัชศาสตร์ กับ เภสัช-วิทยาศาสตร์เครื่องสำอาง ต่างกันยังไง</a> appeared first on <a href="https://tobepharmacist.com">TOBEPHARMACIST</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ก่อนอื่น ต้องออกตัวก่อนว่า พี่เป็นเภสัชกร ไม่รู้เหมือนกันว่าวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางเค้าเรียนอะไรกันบ้าง ดังนั้นพี่จึงขอตอบเท่าที่พี่รู้นะครับ</p>
<p>พี่ดูจากหลักสูตรของ มน. <a href="http://admin.pha.nu.ac.th/Documents/curriculum/cosmetic22032012.pdf">http://admin.pha.nu.ac.th/Documents/curriculum/cosmetic22032012.pdf</a> ก็พบว่า จริงๆแล้ว มันก็คือ ยาที่ตัดตัวยาออกฤทธิ์ (active) ออกไปดีๆนี่เอง (แต่ใส่ active ของเครื่องสำอางมาแทน) ถ้าให้เทียบกับหลักสูตรของเภสัช 6 ปี ก็เหมือนกับเนื้อหาในส่วนของอุตสาหการที่โดนตัดตัวยาออกไป แล้วก็ตัดเนื้อหาส่วนของคลินิกออกไปเกือบหมด เหลือแต่พื้นฐานของการทำงานของร่างกายมนุษย์ที่เกี่ยวกับด้านเครื่องสำอาง เช่น biochem, physiology (สังเกตุว่าวิชาพื้นฐานทางคลินิกที่เกี่ยวกับโรคอย่าง pathology, parasite โดนตัดออกไปเลย)</p>
<p>วิชาหลักๆ ที่อยู่เหลืออยู่ มันก็คือวิชาของอุตสาหการเวอร์ชันตัดตัวยาออกดีๆนี่เอง แต่พี่เข้าใจว่า ในการเรียน เวลาเรียนจริงๆ คงเน้นคนละแบบ อย่างเภสัช สมมติยาครีม เราจะสนใจว่า ยานั้นจะต้องคงสภาพ นำส่งยาเข้าสู่เป้าหมายที่ต้องการได้ แต่ของเครื่องสำอาง เราคงต้องไปเน้นเรื่อง texture ของเนื้อครีมมากขึ้น สัมผัสแรกของการใช้ สี กลิ่น (ยาจะไม่ได้โฟกัสเรื่องนี้มากเท่าไร อารมณ์ประมาณว่าเน้นดูว่าผลลัพธ์สุดท้าย ในขณะที่เครื่องสำอางต้องพิจารณาเรื่องความพึงพอใจของผู้ใช้มากกว่า)</p>
<p>นอกจากนี้ function ระหว่างยากับเครื่องสำอางก็ต่างกัน อย่างเช่น ยา หลักๆเรา function หลักๆคือ รักษา แต่เครื่องสำอางเราใช้เพื่อทำความสะอาด ขัดผิว พอกตัว ระงับกลิ่น บำรุงผิว กันแดด น้ำหอม ดังนั้นแง่มุมในการพิจารณาเพื่อตั้งตำรับ ย่อมแตกต่างกัน เพราะ function ที่จะนำไปใช้ ไม่เหมือนกัน</p>
<p>หรือประเด็นเรื่องราคา เครื่องสำอาง คงต้องมองในมุมธุรกิจมากกว่า เช่น ทำเรทราคาตามลูกค้ากลุ่มต่างๆ แต่ถ้าเป็นเภสัชจะสนใจเรื่องต้นทุนประสิทธิผลอะไรพวกนี้แทน</p>
<p>อีกประเด็นนึง ที่น้องต้องเข้าใจคือ ถึงแม้ว่า สาขาวิทยาศาสตร์เครื่องสำอาง หลายๆที่จะอยู่ในคณะเภสัชศาสตร์ แต่ว่าใช้เวลาเรียน 4 ปี และจบมาแล้วได้วุฒิ วท.บ. ซึ่งไม่สามารถสอบใบประกอบวิชาชีพเพื่อขึ้นทะเบียนเป็นสมาชิกสภาเภสัชกรรมได้ ไม่เหมือนเภสัชที่เรียน 6 ปี และจบมาแล้วได้วุฒิ ภ.บ. นะครับ</p>
<h2>เพื่อความเข้าใจมากขึ้น ขอยกตัวอย่างรายวิชาหลักๆในหลักสูตรนี้</h2>
<h3>1. การตั้งตำรับเครื่องสำอาง</h3>
<p>วิชานี้ จะบอกว่าเป็นร่างอวตาลของวิชาอย่าง Pharm Tech, Ceutics หรือ Formulation ของเภสัชก็ได้ แต่เข้าใจว่าประเด็น แง่มุม รายละเอียดในการตั้งตำรับนั้นแตกต่างกันอย่างที่อธิบายไปก่อนหน้านี้แล้ว แต่พี่คิดว่าในส่วนของเทคนิคการตั้งตำรับไม่น่าจะแตกต่างกันมากนัก</p>
<h3>2. เคมีวิเคราะห์ในวิทยาศาสตร์เครื่องสําอาง</h3>
<p>ถ้าให้เทียบกับรายวิชานี้กับเภสัช ก็คงเหมือนกับวิชาอย่าง QC หรือ Analysis เพียงแต่เปลี่ยนจากวิเคราะห์ยาเป็นเครื่องสำอาง แต่พี่ว่า มันก็ไม่เหมือนกันซะทีเดียว ยกตัวอย่าง หากน้องจะวิเคราะห์ยาสักตัว น้องสามารถไปเปิดเภสัชตำรับอย่าง USP BP มาใช้ได้เลย แล้วทำตามนั้น หากน้องไปเอาวิธีอื่นนอกเภสัชตำรับมาใช้ ชีวิตน้องจะวุ่นวายมากๆ กว่า อย. และหน่วยงานตรวจสอบมาตรฐานคุณภาพอื่นๆจะโอเคกับวิธีของน้อง แต่เครื่องสำอาง น้องจะเอาวิธีจากไหน แน่นอนว่าใน USP ไม่มีวิธีวิเคราะห์ครีมชาเขียว ครีมหอยทากแน่นอน แล้วน้องจะวิเคราะห์ยังไงล่ะ? &gt;&gt;&gt; ไม่รู้ ถามคนเรียนเครื่องสำอางแล้วกัน</p>
<p>ปล.ถึง USP จะไม่มีวิธีวิเคราะห์ครีมชาเขียว แต่ USP มีวิธีวิเคราะห์ Powdered Decaffeinated Green Tea Extract นะเฟ้ย</p>
<p>ทั้งนี้ เวลาทำงานจริง ปัญหามันก็คนละแบบ อย่างของยา คือต้องวิเคราะห์เยอะ ตรวจนู่นตรวจนี่เต็มไปหมด แต่ของเครื่องสำอาง ไม่มีบังคับนะครับ บังคับอย่างมากก็แค่ตรวจเชื้อ แต่ถ้าไม่วิเคราะห์เลย จะมั่นใจได้ยังไงว่าเครื่องสำอางเรามีคุณภาพ ฝ่ายผลิตไม่ใส่สารผิดๆถูกๆมาให้ มีปัญหาขึ้นมา แบรนด์พังนะครับ ที่อุตส่าห์ปั้นมากว่าแบรนด์จะเกิดได้ พังหมด แต่คำถามคือ จะวิเคราะห์อะไร สารตัวไหน และจะวิเคราะห์หัวข้อไหนบ้าง (ไม่วิเคราะห์เลย หรือวิเคราะห์แค่บางอัน เกิดผู้บริโภคมีปัญหาขึ้นมา ซวยอีก แล้วจะเลือกยังไงดี ในขณะที่ทุกการวิเคราะห์การทำให้ต้นทุนสูงขึ้น  พี่ว่าอันนี้สิยาก)</p>
<h3>3.จุลชีววิทยาทั่วไป</h3>
<p>วิชานี้ ถ้าเป็นเภสัช จะโฟกัสไปที่จุลินทรีย์ก่อโรคเป็นหลัก ส่วนเภสัชจะได้เรียนจุลินทรีย์อีกที ก็ตอน QC ที่ต้องหาเชื้อในยา กับทดสอบประสิทธิภาพของสารกันเสียในยา ซึ่งจะอิงตามตำรายาโดยเฉพาะ USP เป็นหลัก</p>
<p>แต่ในของวิทย์เครื่องสำอาง พี่ไม่แน่ใจว่าพวกวิธีต่างๆเค้าอิงตามอะไร อาจจะอิงตาม ISO อะไรพวกนี้ แต่ถ้าอิงตามคำอธิบายรายวิชาก็พูดถึงโครงสร้างและหน้าที่ของเซลล์จุลินทรีย์อาหาร การเจริญและการสืบพันธุ์ เมตาบอลิสึม วิธีการควบคุมจุลินทรีย์ การจดหมวดหมู่และพันธุศาสตร์ อะไรพวกนี้นะ เหมือนเรื่องทั่วๆไปของจุลินทรีย์</p>
<h3>ความคงตัวและการรักษาความคงสภาพของผลิตภัณฑ์เครื่องสําอาง</h3>
<p>การศึกษาความคงสภาพ อันนี้ถ้าเป็นยาเราจะอิงตามพวก ASEAN Guideline หรือ ICH เป็นหลัก</p>
<p>ทีนี้มาดูในคำอธิบายรายวิชาของวิทย์เครื่องสำอาง เขียนว่า</p>
<p>&#8220;การนําเอาอุณหพลศาสตร์ และจลนศาสตร์มาอธิบายกลไกการเสื่อมสลายของสารสําคัญในตํารับเครื่องสําอางศึกษากลไกการสลายตัวของสารสําคัญทั้งในการศึกษาความคงตัวแบบระยะยาวและในภาวะเร่ง และปัจจัยต่างๆ ที่มีผลต่อการเสื่อมสลายของสารสําคัญ เพื่อประยุกต์ใช้พัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องสําอางให้มีความคงตัว&#8221;</p>
<p>สิ่งที่แตกต่างจากยา อย่างแรกมีพูดถึงการนําเอาอุณหพลศาสตร์ และจลนศาสตร์มาอธิบายกลไกการเสื่อมสลายของสารสําคัญในตํารับด้วย คือถามว่ายาเอามาใช้ไหม ตอบว่า เอามาใช้เหมือนกันครับ แต่ว่าไม่ได้ยึดเป็นสรณะ เอาไว้แค่ประเมินคร่าวๆเฉยๆ เพราะปัจจุบัน guideline ทุกอันของยา บอกว่าจะคำนวณอุณหพลศาสตร์ และจลนศาสตร์มายังไง ก็ต้องศึกษา shelf life จริงอยู่ดี (ในขณะที่เครื่องสำอางตามกฏหมายกำหนดอายุให้เลย 3 ปี แต่จะกำหนดน้อยกว่านั้นก็ได้)</p>
<p>อย่างที่สอง ข้อกำหนดต่างๆของเครื่องสำอาง น่าจะมีความแตกต่างของยา ซึ่งของยา อย่างที่บอกไปแล้วว่ายึดตาม ASEAN Guideline หรือ ICH เป็นหลัก แต่เครื่องสำอางพี่ไม่รู้เหมือนกันว่ายึดตามอะไรเป็นหลัก</p>
<p>ส่วนเรื่องการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีความคงตัว พี่ว่าหลักการยากับเครื่องสำอางน่าจะคล้ายๆกัน แต่ว่ามีความแตกต่างกันที่รายละเอียด</p>
<h3>ผลิตภัณฑ์ธรรมชาติที่ใช้ในเครื่องสําอาง</h3>
<p>อันนี้ถ้าเป็นเภสัชจะโฟกัสไปที่ยาหรือเภสัชภัณฑ์ที่ได้จากธรรมชาติ และเคมี+โครงสร้างของสารประกอบเหล่านั้น แล้วมาศึกษาต่อว่ามันมีฤทธิ์ทางยายังไง</p>
<p>ซึ่งในเครื่องสำอาง พี่อ่านจากคำอธิบายรายวิชาแล้ว พี่ว่าคล้ายๆกับของยา แต่เน้นที่เอามาใช้กับเครื่องสำอางแทน</p>
<h3>กฎหมายและจริยธรรมทางวิทยาศาสตร์เครื่องสําอาง</h3>
<p>อันนี้ถ้าเป็นเภสัช เราจะได้เรียน พรบ.ของผลิตภัณฑ์สุขภาพและกฏหมายที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ไม่ว่าจะ ยา เครื่องสำอาง อาหาร วัตถุอันตราย แต่ว่าจะลงลึกถึงกฏหมายลูกละเอียดๆ โดยเฉพาะพวกกฏกระทรวงต่างๆแค่ยาเพียงอย่างเดียว</p>
<p>แต่ในส่วนของวิทย์เครื่องสำอางนั้น จะโฟกัสที่ตัว พรบ.เครื่องสำอาง รวมถึงกฏหมายลูกของเครื่องสำอางเป็นหลักเลย นอกจากนี้ยังเรียนกฏหมายทางวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็น  วัตถุอันตราย ยา การโฆษณา ทรัพย์สินทางปัญญา สิทธิบัตร แนวคิดเรื่องการคุ้มครองผู้บริโภค</p>
<p>ส่วนเรื่องจริยธรรมของเภสัช เภสัชจะมีกฏหมาย พรบ.วิชาชีพเภสัชกรรม และข้อบังคับสภาเภสัชกรรม<br />
ว่ด้วยจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพเภสัชกรรม ส่วนของเครื่องสำอางในหลักสูตรเขียนไว้ว่า จริยธรรมในการประกอบอาชีพ ซึ่งพี่ไม่รู้เหมือนกันว่า จะเป็นยังไงบ้างนะ เพราะของเภสัชมันมีสภาวิชาชีพอยู่แล้ว เลยเขียนไว้ชัดเจนกว่า</p>
<h3>หลักเกณฑ์และวิธีการที่ดีในการผลิตและการตรวจสอบความถูกต้องของกระบวนการผลิต</h3>
<p>อันนี้ จะประกอบด้วย 2 ส่วน คือ หลักเกณฑ์และวิธีการที่ดีในการผลิต หรือ GMP กับ การตรวจสอบความถูกต้องของกระบวนการผลิต หรือ Process Validation</p>
<p>ในส่วนของ GMP ยากับเครื่องสำอางจะไม่เหมือนกัน ถ้าเป็นยาจะอิงตาม GMP PIC/s <a href="https://www.fda.moph.go.th/sites/drug/Shared%20Documents/Law03-TheMinistryOfHealth/Law03-23-06.pdf">ตามลิ้งนี้ </a>แต่ของเครื่องสำอางอิงตาม ASEAN COSMETIC GMP<a href="https://www.fda.moph.go.th/sites/Cosmetic/SitePages/ViewGMP.aspx?IDitem=2"> ตามลิ้งนี้</a></p>
<p>ส่วนการตรวจสอบความถูกต้องของกระบวนการผลิต หรือ Process Validation ของยาจะอิงตาม ASEAN Guideline หรือ ICH เป็นหลัก แต่ของเครื่องสำอางเค้ายึด guideline ตัวไหนเป็นหลักพี่ไม่รู้เหมือนกันครับ</p>
<h3>ความปลอดภัยในผลิตภัณฑ์เครื่องสําอาง</h3>
<p>อันนี้ concept หลักๆคล้ายๆกับยาครับ แต่พวกข้อกำหนดต่างๆในการประเมิน ระยะเวลาในการทดสอบความปลอดภัยในเฟสต่างๆ อันนี้ไม่เหมือนกันยา</p>
<h3>การประเมินผลิตภัณฑ์เครื่องสําอาง</h3>
<p>อันนี้ ถ้าเป็นการประเมินผลิตภัณฑ์ยา จะทำกันยาวนานมากครับ ตั้งแต่ทดลองในหลอดทดลอง เสร็จแล้วมาทดลองในสัตว์ทดลอง เสร็จแล้วก็มาทดสอบในคนอีก 4 Phase กว่าจะได้ยามา ใช้เวลา 10-15 ปี เป็นอย่างน้อย</p>
<p>แต่ในเครื่องสำอาง เค้าทดสอบประสิทธิภาพกันในหลอดทดลองกันเป็นหลัก ส่วนในสัตว์ทดลองแต่ก่อนมีเยอะ แต่หลังๆคนแอนตี้กันเยอะ แล้วทำให้ภาพลักษณ์แบรนด์เสียด้วย หลายๆแบรนด์ก็เลยเลิกทดลองในสัตว์ทดลองกัน ส่วนการทดสอบในมนุษย์ถ้าเป็นยาจะมีข้อกำหนด มีจริยธรรมอะไรวุ่นวายมาก แต่ของเครื่องสำอางจะไม่ได้กำหนดละเอียดขนาดนั้น จะฟีลเหมือนแจก tester ไปทดลอง แล้วดู feedback ว่าเป็นยังไง แล้วเก็บ feedback ไปพัฒนาต่อ อะไรแบบนี้ ความยากของเครื่องสำอางน่าจะเป็นการให้ได้มาซึ่งข้อมูลความพึงพอใจของผู้บริโภคจริงๆมากกว่า</p>
<h3>การพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องสําอาง</h3>
<p>อันนี้พี่อ่านดูแล้ว เหมือนวิชาพวก Phartech หรือ Pharmaceutics ของเภสัช เด๊ะๆเลย</p>
<h2>ส่งท้าย</h2>
<p>เป็นยังไงบ้างครับ อันนี้พี่ตอบในมุมของเภสัชเป็นหลัก เพราะพี่ไม่เคยเรียนวิทย์เครื่องสำอาง แต่คิดว่าน่าจะช่วยให้น้องๆเห็นภาพคร่าวๆมากขึ้น ว่าสาขาวิทย์เครื่องสำอาง กับสาขาเภสัชศาสตร์นั้น แตกต่างกันอย่างไรบ้าง</p>
<p>The post <a href="https://tobepharmacist.com/%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1/pharmacy-vs-consmetics/">เมื่อมีน้องมาถามพี่ว่า เภสัชศาสตร์ กับ เภสัช-วิทยาศาสตร์เครื่องสำอาง ต่างกันยังไง</a> appeared first on <a href="https://tobepharmacist.com">TOBEPHARMACIST</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://tobepharmacist.com/%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1/pharmacy-vs-consmetics/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">1328</post-id>	</item>
		<item>
		<title>เทคนิค Pre-Degree เมื่อมหาลัยต้องเอาตัวรอดในวันที่เด็กเกิดน้อย</title>
		<link>https://tobepharmacist.com/%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1/%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%84-pre-degree-%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%a2/</link>
					<comments>https://tobepharmacist.com/%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1/%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%84-pre-degree-%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%a2/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 07 Jul 2022 13:39:04 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.tobepharmacist.com/?p=11707</guid>

					<description><![CDATA[<p>ช่วงนี้เราจะเห็นหลายมหาลัย มีเทคนิคพิเศษในการชิงเด็กเข้ามาเรียน จากปัญหาเด็กเกิดน้อย เทคนิค pre-degree หรือการให้เรียน ป.ตรี ล่วงหน้าตั้งแต่ ม.ปลาย ก็เป็นหนึ่งในเทคนิคต่างๆที่มหาลัยนำมาใช้ นำร่องด้ว [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://tobepharmacist.com/%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1/%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%84-pre-degree-%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%a2/">เทคนิค Pre-Degree เมื่อมหาลัยต้องเอาตัวรอดในวันที่เด็กเกิดน้อย</a> appeared first on <a href="https://tobepharmacist.com">TOBEPHARMACIST</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ช่วงนี้เราจะเห็นหลายมหาลัย มีเทคนิคพิเศษในการชิงเด็กเข้ามาเรียน จากปัญหาเด็กเกิดน้อย</p>
<p>เทคนิค pre-degree หรือการให้เรียน ป.ตรี ล่วงหน้าตั้งแต่ ม.ปลาย ก็เป็นหนึ่งในเทคนิคต่างๆที่มหาลัยนำมาใช้ นำร่องด้วย มช. ตามด้วย ม.เกษตร และถ้าได้ผล คงมีอีกหลายๆมอเอามาใช้ตาม</p>
<h4>ตัวอย่างข่าวที่ มช. เปิด pre-degree</h4>
<p><iframe loading="lazy" style="border: none; overflow: hidden;" src="https://www.facebook.com/plugins/post.php?href=https%3A%2F%2Fweb.facebook.com%2FdekdTCAS%2Fphotos%2Fa.147178538654808%2F5412028458836430%2F&amp;width=500&amp;show_text=true&amp;appId=255351328157526&amp;height=681" width="500" height="681" frameborder="0" scrolling="no" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe></p>
<h4>ตัวอย่างข่าวที่ ม.เกษตร เปิด pre-degree</h4>
<p><iframe loading="lazy" style="border: none; overflow: hidden;" src="https://www.facebook.com/plugins/post.php?href=https%3A%2F%2Fweb.facebook.com%2FdekdTCAS%2Fphotos%2Fa.147178538654808%2F5498773493495259%2F&amp;width=500&amp;show_text=true&amp;appId=255351328157526&amp;height=748" width="500" height="748" frameborder="0" scrolling="no" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe></p>
<p>จะว่าไปก็ไม่ได้ผิด แต่แปลกใจตรงที่ว่า ถ้าเป็นมหาลัยในต่างประเทศที่เจอปัญหาเด็กเกิดน้อย จะใช้วิธีการขยายตลาดมากกว่า คือ</p>
<ol>
<li>ขยายตลาดไปสู่การเรียนในคนวัยทำงาน โดยเฉพาะคนที่ต้องการ re-skill</li>
<li>ขยายตลาดไปสู่ต่างชาติ ด้วยการ open ให้ นศ เข้ามาเรียนตามช่องทางต่างๆ รวมถึง open หรืออาจถึงขั้นไปเปิดสาขาในต่างประเทศ ในขณะที่มหาลัยในไทย กลับใช้เทคนิคแย่งเด็กกลุ่มเดิม แต่เน้นการชิงตัวหรือจูงใจให้มาเรียนมอของตนก่อน</li>
</ol>
<p>ผมสงสัยจริงๆว่า ทำไมมหาลัยในไทย ไม่ขยายตลาดการเรียนไปสู่กลุ่มอื่นบ้าง แต่กลับพยายามแย่งลูกค้ากลุ่มเดิม ที่นับวันจะลดลงเรื่อยๆ</p>
<p>The post <a href="https://tobepharmacist.com/%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1/%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%84-pre-degree-%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%a2/">เทคนิค Pre-Degree เมื่อมหาลัยต้องเอาตัวรอดในวันที่เด็กเกิดน้อย</a> appeared first on <a href="https://tobepharmacist.com">TOBEPHARMACIST</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://tobepharmacist.com/%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1/%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%84-pre-degree-%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%a2/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">11707</post-id>	</item>
		<item>
		<title>เภสัชเรียนยากไหม ???</title>
		<link>https://tobepharmacist.com/%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1/%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%8a%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%a1/</link>
					<comments>https://tobepharmacist.com/%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1/%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%8a%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%a1/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 01 Jul 2022 16:55:59 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.tobepharmacist.com/?p=11168</guid>

					<description><![CDATA[<p>พี่ขอตอบแบบนี้แล้วกัน คือ คำว่าง่ายหรือยาก มันเป็นเรื่องของความรู้สึกนะ ซึ่งสิ่งที่มีผลกับความรู้สึกมากๆเลยคือ &#8220;ความคาดหวัง&#8221; บางคนเรียนเก่งมาก แต่คาดหวังที่ 100% ก็บอกว่ามันยาก บางคนเก่ง [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://tobepharmacist.com/%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1/%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%8a%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%a1/">เภสัชเรียนยากไหม ???</a> appeared first on <a href="https://tobepharmacist.com">TOBEPHARMACIST</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>พี่ขอตอบแบบนี้แล้วกัน คือ คำว่าง่ายหรือยาก มันเป็นเรื่องของความรู้สึกนะ ซึ่งสิ่งที่มีผลกับความรู้สึกมากๆเลยคือ &#8220;ความคาดหวัง&#8221;</p>
<p>บางคนเรียนเก่งมาก แต่คาดหวังที่ 100% ก็บอกว่ามันยาก บางคนเก่งน้อยกว่า แต่คาดหวังแค่ 60% ก็บอกว่า มันไม่ได้ยากเท่าไร</p>
<p>ถ้าถามพี่ โดยส่วนตัวพี่ขอตอบว่า มันไม่ได้ยากจนเกินไป แต่ก็ต้องใช้ความพยายามอยู่บ้างพอสมควร</p>
<p>เภสัชศาสตร์ ได้เรียนรู้ค่อนข้างหลากหลาย ไม่ว่าจะเรื่องทางวิศวกรรมสำหรับสายโรงงาน พื้นฐานวิทยาศาตร์พวกฟิสิกส์ เคมี ชีวะ หรือจะเรื่องกฏหมาย การตลาด พวกความรู้ทางด้านคลินิกก็ต้องท่องจำซะเยอะ และต้องอัพเดทตลอด เพราะความรู้ในศาสตร์นี้หมดอายุไวมากๆ ถ้าอยากรู้ว่าเภสัชเรียนวิชาอะไรบ้าง ลองอ่านเรื่องนี้ดูครับ <a href="https://www.tobepharmacist.com/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%A0%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%8A/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%93%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%A0%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%8A%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%95/">การเรียนในคณะเภสัชศาสตร์ </a></p>
<p>แต่ส่วนที่พี่ว่ามันง่ายก็คือ ตอนเรียนเภสัช มันมีส่วนที่เป็น hard skill เยอะกว่า soft skill ซึ่ง hard skill มันฝึกง่ายกว่า ไม่เหมือน soft skill ที่ค่อยๆขัดเกลาจากทักษะและประสบการณ์ในทุกๆคน</p>
<p>ยกตัวอย่าง คนที่เรียนทางด้านการตลาด การตลาดเนื้อหาน้อยกว่าเภสัชเยอะเลยนะ แต่จะนำไปใช้ให้ประสบความสำเร็จจริงๆยากมาก เป็นวิชาที่ใช้ soft skill สูง ในขณะที่เภสัชเนื้อหาเยอะมาก และต้องการการทำความเข้าใจค่อนข้างสูง แต่พอเข้าใจแล้ว พอเอาไปใช้ได้แทบทันทีเลย</p>
<p>ส่วนตัวพี่ตอนเรียนพี่ไม่ได้คาดหวังมาก ขอแค่เรียนผ่าน สอบใบประกอบได้ก็พอ ก็เครียดบ้าง ชิวบ้าง ปนๆกันไป แต่สำหรับพี่ พี่ว่ามันไม่ได้ยากมากมาย แค่ต้องใช้ความพยายาม ที่สำคัญอีกอย่างคือ สังคมในคณะเภสัช เป็นสังคมที่ค่อนข้าง nice อาจารย์คณะเภสัชส่วนใหญ่ค่อนข้างใจดี และพยายามผลักดันลูกศิษย์กันสุดฤทธิ์ เพื่อให้ทุกคนได้ไปถึงฝั่งฝัน ไม่เหมือนสังคมวิดวะที่ &#8220;อ่อนแอก็แพ้ไป ปีนี้มา 100 ปีหน้าเหลือ 50 ไม่เป็นไร&#8221;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a href="https://tobepharmacist.com/%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1/%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%8a%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%a1/">เภสัชเรียนยากไหม ???</a> appeared first on <a href="https://tobepharmacist.com">TOBEPHARMACIST</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://tobepharmacist.com/%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1/%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%8a%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%a1/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">11168</post-id>	</item>
		<item>
		<title>ไม่ได้จบเภสัช เปิดร้านขายยาได้ไหม</title>
		<link>https://tobepharmacist.com/%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1/%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%88%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%8a-%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b8%b2/</link>
					<comments>https://tobepharmacist.com/%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1/%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%88%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%8a-%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b8%b2/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 30 Jun 2022 10:10:39 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.tobepharmacist.com/?p=11055</guid>

					<description><![CDATA[<p>เห็นมีบางคนมีความฝันอยากจะเปิดร้านขายยา แต่ไม่ได้เป็นเภสัชกร แบบนี้จะสามารถเปิดร้านขายยาได้ไหม คำตอบ คือ &#8220;ได้ครับ&#8221; เพราะตัวร้านยานั้น มี 2 ส่วน คือ ผู้รับอนุญาต (ก็คือเจ้าของร้านนั่นเอง) [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://tobepharmacist.com/%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1/%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%88%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%8a-%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b8%b2/">ไม่ได้จบเภสัช เปิดร้านขายยาได้ไหม</a> appeared first on <a href="https://tobepharmacist.com">TOBEPHARMACIST</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เห็นมีบางคนมีความฝันอยากจะเปิดร้านขายยา แต่ไม่ได้เป็นเภสัชกร แบบนี้จะสามารถเปิดร้านขายยาได้ไหม</p>
<p>คำตอบ คือ &#8220;<strong>ได้ครับ</strong>&#8221; เพราะตัวร้านยานั้น มี 2 ส่วน คือ ผู้รับอนุญาต (ก็คือเจ้าของร้านนั่นเอง) กับอีกส่วนคือ ผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการ (ก็คือเภสัชกร แต่ผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการกับผู้รับอนุญาตอาจจะเป็นคนๆเดียวกันก็ได้ ถ้าเจ้าก็เป็นเภสัช) ดังนั้นถ้าหากจ้างผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการ (เภสัช) ให้ถูกต้องตามกฏหมาย ปฏิบัติตามกฏหมาย <a href="https://www.fda.moph.go.th/sites/drug/LawDrug/drug2510-krisdika-v2020.pdf">พรบ.ยา</a> และ <a href="https://papc.pharmacycouncil.org/share/file/file_1722.%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A8%E0%B8%AA%E0%B8%98GPP%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%88%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%AF(5%E0%B8%9E%E0%B8%A257).pdf">ประกาศกระทรวงสาธารณสุขเรื่อง การกําหนดเกี่ยวกับสถานที่ อุปกรณ์ และวิธีปฏิบัติทางเภสัชกรรมชุมชนในสถานที่ขายยาแผนปัจจุบันตามกฎหมายว่าด้วยยา (GPP)</a> ก็สามารถเปิดร้านยาได้ ไม่มีปัญหาอะไร</p>
<h2>ถ้าไม่มีความรู้เรื่องยา จะเปิดร้านยาได้ไหม?</h2>
<p>พูดกันตามตรง เราทำธุรกิจอะไร หากเราอยากประสบความสำเร็จในธุรกิจนั้น เราก็ควรมีความรู้ ความเข้าใจในธุรกิจนั้น อย่างไรก็ดี ปัจจุบันมีธุรกิจที่มี solution ที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้สามารถเปิดร้านขายยาได้ง่ายขึ้น ตั้งแต่รับจัดและตกแต่งร้านให้ถูกต้องตามข้อกฏหมาย รับทำเอกสารต่างๆที่ต้องมีตามกฏหมาย ไปจนถึงรับทำบัญชีธุรกิจสำหรับร้านขายยาก็มี ดังนั้นการเปิดร้านขายยาจึงง่ายกว่าแต่ก่อนมาก เพราะมีธุรกิจที่มี solution มาอำนายความสะดวกให้หมด ถ้าเรามีเงินจ่าย ก็แก้ปัญหาด้วยเงินได้</p>
<p>แต่นั่นก็เป็นเพียงตัวช่วยส่วนนึง ไม่ได้การันตีความสำเร็จหลังจากเปิดร้านไปแล้ว ดังนั้นเจ้าของจึงควรมีความรู้ความเข้าใจในตัวธุรกิจค้าปลีกยาบ้าง รวมถึงข้อกำหนดทางกฏหมายต่างๆที่เจ้าของควรทราบ เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่อาจเกิดขึ้นหลังจากเปิดร้านไปแล้ว</p>
<h2>ถ้าการเปิดร้านขายยามันง่ายขนาดนั้น ทำไมบางคนจึงเปิดไม่ได้?</h2>
<p>ปัญหาหลักๆของร้านยาเดี่ยว กรณีที่เจ้าของไม่ใช่เภสัชเลยก็คือ หาเภสัชกรประจำร้านไม่ได้ พูดกันตามตรงก็คือ ปัจจุบันค่าจ้างเภสัชกรร้านยา ราคาค่าตัวพุ่งสูงไปมาก โดยตอนนี้ขึ้นไปอยู่แถวๆ 4-5 หมื่นบาทต่อเดือนกันแล้วสำหรับร้านยาเชน แล้วอย่าลืมว่าร้านยาเชนนั้น มีทั้งสวัสดิการ ตำแหน่ง ความก้าวหน้า ความยืดหยุ่นในการทำงาน ดังนั้นร้านยาเดี่ยวซึ่งมีสิ่งจูงใจน้อยกว่าร้านยาเชนอยู่แล้วจึงหาเภสัชได้ยาก อาจต้องหาจุดเด่น หรือสิ่งจูงใจอย่างอื่น สำหรับร้านไหนขายดีมากๆ อาจสู้ด้วยเงินเดือนที่มากกว่า แต่อย่าลืมว่าร้านยาเดี่ยวส่วนใหญ่ ต้นทุนและทำเล ไม่ได้เหนือกว่าร้านยาเชนด้วยซ้ำ จะมาสู้ด้วยค่าจ้างที่สูงกว่าก็จะเป็นภาระเรื่องต้นทุน</p>
<p>นอกจากภาระเรื่องต้นทุนแล้ว ร้านยาเดี่ยวที่เจ้าของไม่ได้เป็นเภสัชยังเสียเปรียบร้านยาเดี่ยวที่มีเจ้าของเป็นเภสัชเองเรื่อง การเข้าร่วมโครงการต่างๆ ที่มักมีเงื่อนไขต่างๆที่ต้องเป็นร้านที่เภสัชอยู่เองถึงเข้าร่วมได้ หรือไม่ก็บังคับอ้อมๆ เช่น ต้องมีเภสัชอยู่ตลอดเวลาทำการที่เปิดร้านหรือต้องมีทุกวัน หรือต้องมีเภสัช stand by คอย counseling ให้กับผู้เข้าร่วมโครงการตลอด ซึ่งในทางปฏิบัติหากไม่ใช่ร้านที่เจ้าของเป็นเภสัชเองก็แทบไม่ผ่านเงื่อนไข เพราะถ้าจ้างเภสัชมาอยู่ร้าน ก็มักต้องมีวันหยุด หรือกำหนดเวลาทำงานชัดเจนอยู่แล้ว ทำให้ไม่ผ่านเงื่อนไขจึงไม่สามารถเข้าร่วมโครงการได้ไปโดยปริยาย</p>
<h2>เราสามารถแก้ปัญหาการหาเภสัชกรไม่ได้ ด้วยการหาใบเภสัชมาแขวนป้ายได้ไหม?</h2>
<p>ความจริง เรื่องเภสัชแขวนป้าย ผิดกฏหมายมาตั้งแต่ พ.ศ. 2510 ที่ พรบ.ยา ประกาศใช้มาแล้ว ซึ่งมีความผิดใน พรบ.ยา หลายข้อ ซึ่งเดี๋ยวจะพูดต่อไปในภายหลัง แต่ว่ามันมาเข้มข้นขึ้นหลังมี <a href="https://papc.pharmacycouncil.org/share/file/file_1722.%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A8%E0%B8%AA%E0%B8%98GPP%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%88%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%AF(5%E0%B8%9E%E0%B8%A257).pdf">ประกาศกระทรวงสาธารณสุขเรื่อง การกําหนดเกี่ยวกับสถานที่ อุปกรณ์ และวิธีปฏิบัติทางเภสัชกรรมชุมชนในสถานที่ขายยาแผนปัจจุบันตามกฎหมายว่าด้วยยา (GPP)</a> ซึ่งทำให้การแขวนป้ายทำได้ยากขึ้น เพราะมีข้อกำหนดเรื่องการทำบัญชี ที่ผู้หน้าที่ปฏิบัติการต้องเซนต์ มีการสุ่มตรวจตรวจร้านเป็นประจำทุกปี (ในทางปฏิบัติอาจมียกเว้น เป็นปีเว้นปี สำหรับร้านที่ได้คะแนนดีๆ หรือช่วงที่มีโควิด บางจังหวัดก็ยกเว้นการตรวจ หรือใช้การตรวจแบบ desktop คือเปิดกล้องตรวจจากระยะไกล และส่งเอกสารมาให้ผู้ตรวจอ่าน)</p>
<p>นอกจากนี้ตอนต่อใบอนุญาตขายยาประจำปี ก็มีข้อกำหนดเรื่องต้องผ่าน GPP ของปีนั้นๆ ต้องมีใบรับรองแพทย์เภสัช และอื่นๆบลาๆๆๆ ทำให้เภสัชแขวนป้ายทำได้ยากขึ้นเรื่อยๆ และประเด็นที่สำคัญที่สุดเลยก็คือ เรื่องการตีความ พรบ.ยา มาตรา 14 ว่าหากร้านยาไม่มีเภสัชกรอยู่ตลอดเวลาตามความเป็นจริงแล้วถือว่าขาดคุณสมบัติการเป็นผู้รับอนุญาตขายยาหรือไม่ หากถือว่า<strong>ขาดคุณสมบัติก็เป็นเหตุให้เพิกถอนใบอนุญาตขายยาได้ </strong>กรณีนี้เดิมทีมีการตีความมาตรา 14 (9) ซึ่งใช้ถ้อยคำว่า &#8220;มีผู้ที่จะปฏิบัติการ&#8230;&#8221; จะดูแค่ว่ามีชื่อเภสัชกรหรือไม่ ถ้ายังมีชื่อเภสัชกรอยู่ก็ไม่ถือว่าขาดคุณสมบัติผู้รับอนุญาตขายยา (ดังนั้นไปหาชื่อเภสัชคนไหนมาแขวนก็ได้) จึงไม่สามารถสามารถเพิกถอนใบอนุญาตขายยาได้ (ส่วนกรณีที่อาจจะเข้าข่ายขาดคุณสมบัติผู้รับอนุญาตขายยา เช่น เภสัชกรผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการคนเดิมลาออกจากการเป็นผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการ แล้วผู้รับอนุญาตไม่สามารถหาเภสัชกรคนใหม่เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ได้ในเวลาที่กำหนด) เมื่อจะใช้ช่องทางการไม่ต่ออาบุใบอนุญาตขายยา หากพิจารณาตามกฏกระทรวงฉบับเดิมคือ กฏกระทรวงฉบับที่ 15 (พ.ศ. 2525) ออกความใน พรบ.ยา 2510 กลับไม่ระบุว่าผู้รับอนุญาตกระทำแบบใดผู้รับอนุญาจจะไม่ต่ออายุใบอนุญาต ผู้อนุญาตจึงไม่กล้าใช้ดุลพินิจในกรณีนี้ <strong>แต่พอ GPP ออกมาบังคับใช้ </strong>กลายเป็นว่าหากวันที่ไปสุ่มตรวจเจอว่าไม่มีเภสัชกรประจำร้าน พอถึงตอนต่อใบอนุญาตประจำปี จะสามารถตีความตาม พรบ.ยา มาตรา 14 ว่าไม่มีเภสัชกรอยู่ตลอดเวลาเป็นเหตุให้ยึดและ<strong>เพิกถอนใบอนุญาต</strong>ร้านยานั้นได้เลย</p>
<p>และเราจะเห็นได้ว่าหลังปี 2557 ที่ GPP บังคับใช้ เราแทบไม่เห็นร้านยาเปิดใหม่เป็นร้านยาแขวนป้ายเลย (หรืออย่างน้อยก็ไม่ได้มาเพื่อแขวนป้ายเต็มตัวแต่แรก เช่น มีเภสัชตลอดเวลาทำการที่ขออนุญาตจริง แต่นอกช่วงเวลาขออนุญาตก็แอบเปิดร้านด้วย) แต่ร้านยาเก่าๆ เราจะยังเห็นเยอะอยู่ เพราะได้รับการยกเว้น GPP 8 ปี จึงยังใช้ใบเภสัชเก่าๆมาแขวนป้ายยาวๆได้อยู่ แต่ว่าปี 2565 นี้ จะครบกำหนด 8 ปีแล้ว ร้านเก่าๆที่แขวนป้ายก็เริ่มเกิดปัญหาเหมือนกัน มีความพยายามจะรวมตัวกันเพื่อให้เลื่อนการบังคับใช้กฏหมายนี้ออกไป ก็ต้องรอดูต่อไป แต่เบื้องต้นเหมือนจะขอเลื่อนไม่สำเร็จ</p>
<p>พูดกันตามตรง ที่ร้านยาเก่าๆ มีปัญหากับ GPP เยอะ ส่วนนึงเพราะร้านยาเก่าๆ บางส่วนเป็นร้าน ข.ย.2 ที่ขายได้แต่ยาบรรจุเสร็จ (ข.ย.2 ผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการไม่ต้องเป็นผู้ประกอบวิชาชีพก็ได้ แต่ต้องเป็นผู้ที่ได้รับการอบรมตามมาตรา 48 แห่งพระราชบัญญัติยา (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2522 ซึ่งปัจจุบันยกเลิกไปแล้ว ไม่มีแล้ว ดังนั้นไม่สามารถไปอบรมเพื่อเปิดร้านขายยา ข.ย. 2 ได้อีกแล้ว) แต่ความจริงคือแอบขายยาอันตราย และ/หรือยาควบคุมพิเศษด้วย เพราะพูดกันตามตรงถ้าขายแต่ยาสามัญประจำบ้าน กับยาบรรจุเสร็จ ในทางธุรกิจจริงๆ มันก็อยู่ไม่ได้หรอก ทีนี้ พอร้าน ข.ย. 2 จะโดนตรวจ GPP ก็เลยพลอยซวยไปด้วย เพราะยาที่ห้ามขายเต็มร้าน ซึ่งตามหลักการจริงๆแล้วต้องสุ่มตรวจ ก็ไม่รู้ว่าจะต้องคอยเอาไปซ่อนวันไหนอีก กลายเป็นลำบากขึ้นเยอะ</p>
<h1>ถ้าเปิดร้านโดยไม่มีเภสัช หรืออื่นๆมีโทษอะไรบ้าง?</h1>
<p>ถ้าเปิดร้านโดยไม่มีเภสัชเลยแต่แรกคงไม่ได้ เพราะตอนขออนุญาตต้องมีใบเภสัชและตัวเภสัชไปขอเปิดอยู่แล้ว (เว้นแต่จะเป็นร้านยาเถื่อนไปเลย คือไม่ขออนุญาตเปิดร้านตั้งแต่แรก อันนี้จะมีความผิดตามมาตรา 12 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท นอกจากนี้จะถูกริบยา และเครื่องมือ/อุปกรณ์ที่เกี่ยวเนื่องกับความผิดทั้งหมดให้แก่กระทรวงสาธารณสุข เพื่อทำลายหรือจัดการตามที่เห็นสมควร) แต่พอเปิดไปแล้วเภสัชไม่อยู่ร้านจริงๆ เรียกว่าแขวนป้ายนั้นแหละ จะมีบทลงโทษที่จะกล่าวถึงดังต่อไปนี้ แต่ไหนๆก็พูดถึงบทลงโทษทั้งที ขอพูดถึงบทลงโทษทั้งหมดเลยแล้วกัน (ทำผิดกรณีใดๆก็ตาม รวมทั้งความผิดที่เกี่ยวข้องกับการมี/ไม่มีเภสัช) จะได้ครบถ้วนไปเลยทีเดียว</p>
<h2>โทษของผู้รับอนุญาต (เจ้าของ)</h2>
<p>อย่างแรกที่ต้องรู้คือ ตามมาตรา 16 ของ พรบ.ยา 2510 ระบุไว้ว่า &#8220;ให้ถือว่าการกระทำของลูกจ้างหรือตัวแทนของผู้รับอนุญาตที่ได้รับการคุ้มกันตาม วรรคหนึ่ง เป็นการกระทำของผู้รับอนุญาตด้วย เว้นแต่ผู้รับอนุญาตจะพิสูจน์ได้ว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการสุดวิสัยที่ตนจะล่วงรู้หรือควบคุมได้&#8221; ดังนั้นถ้าเภสัช ลูกจ้าง หรือผู้ช่วยประจำร้าน ทำผิดอะไร เจ้าของจะต้องโดนด้วย เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าสิ่งนั้นสุดวิสัยที่จะล่วงรู้หรือควบคุมได้จริงๆ</p>
<ol>
<li>ถ้าขายยานอกสถานที่ในใบอนุญาต (เว้นแต่เป็นการขายส่ง) หรือขายไม่ตรงประเภทใบอนุญาต เช่น ขอขายยาสัตว์ แต่ไปขายยาคน หรือขายยาอันตราย/ยาควบคุมพิเศษให้กับร้าน ข.ย.2 หรือย้ายสถานที่ขายยาโดยที่ยังไม่ได้รับอนุญาต ต้องระวางโทษปรับ 2 พันบาท ถึง 5 พันบาท</li>
<li>ไม่จัดให้มีเภสัชกรประจำอยู่ตลอดเวลาที่เปิดทำการ ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือนหรือปรับไม่เกิน 5 พันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และปรับเป็นรายวันอีกวันละ 5 ร้อยบาท จนกว่าจะปฏิบัติให้ถูกต้อง</li>
<li>ถ้าขายยาภายหลังจากใบอนุญาตสิ้นอายุแล้วไม่ได้ต่ออายุใบอนุญาตต้องระวางโทษปรับเป็นรายวันวันละ 100 บาท ตลอดเวลาที่ใบอนุญาตขาดอายุ</li>
<li>ไม่จัดร้านและทำบัญชีตามที่ระบุในมาตรา 26 ของ พรบ.ยา  หรือระบุไว้ในกฏกระทรวง หรือขายยานอกเวลาทำการที่ขออนุญาตไว้ ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่ 2 พัน ถึง 1 หมื่นบาท</li>
<li>ถ้าใบอนุญาตสูญหายหรือถูกทำลายแล้วไม่ได้แจ้งและขอรับใบแทน  ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 1 พันบาท</li>
<li>ไม่แสดงใบอนุญาตของตนและเภสัชกร ณ ที่เปิดเผยเห็นได้ง่ายในสถานที่ขายยา ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 1 พันบาท</li>
<li>เมื่อมีการเปลี่ยนตัวเภสัชประจำร้าน ถ้าไม่แจ้งเปลี่ยน หรือ เภสัชลาออกแล้วไม่แจ้งภายใน 7 วัน ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 1 พันบาท</li>
<li>ถ้าเลิกกิจการแล้วไม่แจ้งภายใน 15 วัน ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 1 พันบาท</li>
<li>ถ้าขายยาอันตรายหรือยาควบคุมพิเศษตอนเภสัชไม่อยู่ ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่ 1 พัน ถึง 5 พันบาท (เคยมีคดีความ ประมาณว่า ตอนนั้นเภสัชไม่อยู่ก็จริง ผู้รับอนุญาตเปิดร้านแต่ไม่ได้ขายสักหน่อย ไม่น่าเป็นความผิด ผู้รับอนุญาตยื่นอุทธรณ์สู้คดี ผลคือศาลตัดสินว่า นิยามการขาย หมายถึง &#8220;การมีไว้เพื่อขายด้วย&#8221; ดังนั้น แค่ตั้งยาไว้เฉยๆในร้าน ก็ถือว่าเป็นการขายแล้วตาม พรบ.ยา)</li>
<li>กรณีเภสัชประจำร้านไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่เป็นการชั่วคราวได้ไม่เกิน 60 วัน เช่น วันหยุด ลาหยุด หรือป่วย ถ้าไม่แจ้งว่าจัดให้เภสัชคนไหนมาปฏิบัติหน้าที่แทนในวันดังกล่าวบ้าง ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 500 บาท</li>
<li>สุดท้ายอย่าลืมว่าลูกจ้าง เช่น เภสัช หรือผู้ช่วย ทำผิด เจ้าของจะต้องรับผิดชอบด้วย เว้นแต่พิสูจน์ได้ว่าสิ่งนั้นสุดวิสัยที่จะล่วงรู้หรือควบคุมได้จริงๆ</li>
<li>กรณีพบว่าผู้อนุญาตทำผิด พรบ.ยา หรือกฏกระทรวงอื่นๆที่ออกภายใต้ พรบ.ยา สามารถถูกพักใช้ใบอนุญาตครั้งละไม่เกิน 120 วัน หรือถ้ามีการฟ้องร้องต่อศาลสามารถพักใช้ใบอนุญาตได้จนกว่าคำพิพากษาจะสิ้นสุด</li>
<li>ถ้าผู้รับอนุญาตขาดคุณสมบัติตามมาตรา 14 ของ พรบ.ยา 2510 สามารถถูกเพิกถอนใบอนุญาตได้</li>
<li>ถ้าขายยาระหว่างใบอนุญาตถูกพักใช้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท </li>
</ol>
<h2>โทษของผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการ (เภสัช)</h2>
<ol>
<li>กรณีลาออก หรือไม่ได้เป็นผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการที่ร้านแล้ว ถ้าไม่แจ้งภายใน 7 วัน ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 5 ร้อยบาท</li>
<li>หากเภสัชกรไม่ประจำอยู่ ณ สถานที่ขายยาตลอดเวลาที่เปิดทำการ หรือไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 39 (เก็บ, ขาย, ทำบัญชี, ฉลาก, ส่งมอบยาอันตรายและควบคุมพิเศษ)  ต้องระวางโทษปรับ 1 พัน ถึง 5 พันบาท<br /><strong>หมายเหตุ: </strong>กรณีไม่อยู่ปฏิบัติหน้าที่แต่ปิดม่านตาม GPP จริงๆช่วยได้แค่ว่า จะไม่โดนโทษเรื่องการขาย เพราะการขายตามนิยาม หมายรวมถึง &#8220;การมีไว้เพื่อขาย&#8221; ด้วย ก็คือแค่ตั้งโชว์ไว้ในร้านเฉยๆก็ถือว่าเป็นการขายแล้ว ดังนั้นถ้าเราปิดม่าน ก็ถือว่าเป็นการบดบังไม่แสดงให้เห็นว่าเรามีไว้เพื่อขายนั่นเอง (ต้องไม่ได้ขายจริงๆนะ เพราะถ้าขายจริงก็ช่วยไม่ได้อยู่ดี ซึ่งตรงนี้จะเซฟประเด็นเรื่องการขาย โดยเฉพาะการขายยาอันตรายและยาควบคุมพิเศษ ทั้งตัวเภสัช ผู้รับอนุญาต และลูกจ้างที่อยู่ร้าน ณ ตอนนั้น) อย่างไรก็ตาม ในทางปฏิบัติ ถ้าเภสัชออกไปทำธุระข้างนอกชั่วคราว เช่น ไปกินข้าว ไปเข้าห้องน้ำ แบบนี้ แล้วในระหว่างออกไปทำธุระปิดม่านเอาไว้อย่างถูกต้อง ก็มักไม่ได้คาดโทษอะไรกัน </li>
<li>ถ้าเภสัชกรคนไหนที่ไม่ได้ที่ไม่ได้มีชื่อเป็นผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการทำหน้าที่แทนผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการต้องระวางโทษปรับ 1 พัน ถึง 5 พันบาท (ในทางปฏิบัติกรณี part time ต้องแจ้งก่อนโดยใช้แบบ จภก.1)</li>
<li>นอกจากนี้หากเภสัชกรทำผิด จะมีโทษทางจรรยาบรรณด้วย ซึ่งที่ผ่านๆมา หากไม่อยู่ปฏิบัติหน้าที่ในร้านยา สภาเภสัชกรรมมักลงโทษพักใช้ใบประกอบ 6 เดือน ทั้งนี้ขึ้นกับความรุนแรงของความผิดด้วย หากทำผิดหลายกระทง หรือทำผิดแบบเดิมซ้ำๆหลายที หรือแขวนป้ายพร้อมกันหลายๆร้าน สภาเภสัชกรรมก็จะลงโทษรุนแรงมากขึ้นไปเรื่อยๆ จาก 6 เดือน เป็น 9 เดือน 12 เดือน 18 เดือน 24 เดือน จนถึงเพิกถอนใบประกอบวิชาชีพ อย่างไรก็ ล่าสุด <a href="https://www.tobepharmacist.com/%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%8a%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1/%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b9%82%e0%b8%97%e0%b8%a9%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%8a/">สภาเภสัชกรรมได้มีประกาศแจ้งเตือนว่าต่อไปนี้โทษพักใช้ใบอนุญาตของการแขวนป้ายจะเพิ่มเป็น 2 ปี</a></li>
</ol>
<h2>โทษของผู้ช่วยเภสัชกรหรือลูกจ้างคนอื่นในร้าน</h2>
<ol>
<li>หากลูกจ้างขายยาแทนในระหว่างที่เภสัชไม่อยู่ร้าน มีความผิดมาตรา 28 แห่ง พรบ.วิชาชีพเภสัชกรรม ที่ระบุไว้ว่า &#8220;ห้ามมิให้ผู้ใดซึ่งมิได้เป็นผู้ประกอบวิชาชีพเภสัชกรรมทําการประกอบวิชาชีพเภสัชกรรมหรือแสดงด้วยวิธีใดๆ ให้ผู้อื่นเข้าใจว่าตนเป็นผู้มีสิทธิประกอบวิชาชีพดังกล่าว โดยมิได้ขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาต&#8221; ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 3 หมื่นบาท หรือทั้งจำ ทั้งปรับ</li>
</ol>
<h2>โทษอื่นๆ</h2>
<ol>
<li>ถ้ามีการขายยาปลอม มีโทษจำคุกตั้งแต่ 1-20 ปี และปรับตั้งแต่ 2 พัน ถึง 1 หมื่นบาท ถ้ากระทำโดยไม่รู้ว่าเป็นยาปลอม ปรับตั้งแต่ 1 พัน ถึง 5 พันบาท</li>
<li>ถ้าขายยาผิดมาตรฐาน หรือยาที่ถูกเพิกถอนทะเบียนตำรับ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี และปรับไม่เกิน 5 พันบาท ถ้ากระทำโดยไม่รู้ว่ายานั้นมาตรฐานหรือถูกเพิกถอนทะเบียนตำรับ ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 5 พันบาท</li>
<li>ถ้าขายยาที่ทะเบียนตำรับถูกยกเลิก ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ถ้ากระทำโดยไม่รู้ว่ายานั้นทะเบียนตำรับถูกยกเลิก ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 5 พันบาท</li>
<li>ถ้าขายยาเสื่อมคุณภาพ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 3 พันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ถ้ากระทำโดยไม่รู้ว่ายานั้นเป็นยาเสื่อมคุณภาพ ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 3 พันบาท</li>
<li>ถ้าขายยาที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 5 พันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ</li>
<li>ถ้าขายยาชุด (ไม่บังคับใช้กับเภสัชกรชั้นหนึ่ง ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมหรือทันตกรรมซึ่งขายเฉพาะสำหรับคนไข้ของตน) ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 5 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ</li>
<li>ถ้าผู้ใดขัดขวางตอนเจ้าหน้าที่ตรวจสอบร้านขายยา หรือเก็บตัวอย่างยา หรืออายัดยาและเครื่องมือต่างๆ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1 พันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ</li>
<li>ถ้าทำผิดตามข้อ 1, 2, 3, 4, 5, 6 นอกจากโทษที่ระบุมาแล้ว ยังสามารถถูกริบยา และเครื่องมือ/อุปกรณ์ที่เกี่ยวเนื่องกับความผิดทั้งหมดให้แก่กระทรวงสาธารณสุข เพื่อทำลายหรือจัดการตามที่เห็นสมควร</li>
</ol>
<p><img decoding="async" data-attachment-id="11068" data-permalink="https://tobepharmacist.com/%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1/%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%88%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%8a-%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b8%b2/attachment/%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b3/#main" data-orig-file="https://tobepharmacist.com/wp-content/uploads/2022/06/กิจกรรมภายในร้านอะไรทำได้-อะไรทำไม่ได้-เมื่อเภสัชอยู่-ไม่อยู่ปฏิบัติหน้าที่.jpg" data-orig-size="1045,1369" data-comments-opened="1" data-image-meta="{&quot;aperture&quot;:&quot;0&quot;,&quot;credit&quot;:&quot;&quot;,&quot;camera&quot;:&quot;&quot;,&quot;caption&quot;:&quot;&quot;,&quot;created_timestamp&quot;:&quot;0&quot;,&quot;copyright&quot;:&quot;&quot;,&quot;focal_length&quot;:&quot;0&quot;,&quot;iso&quot;:&quot;0&quot;,&quot;shutter_speed&quot;:&quot;0&quot;,&quot;title&quot;:&quot;&quot;,&quot;orientation&quot;:&quot;1&quot;}" data-image-title="กิจกรรมภายในร้านอะไรทำได้ อะไรทำไม่ได้ เมื่อเภสัชอยู่-ไม่อยู่ปฏิบัติหน้าที่" data-image-description="" data-image-caption="" data-medium-file="https://tobepharmacist.com/wp-content/uploads/2022/06/กิจกรรมภายในร้านอะไรทำได้-อะไรทำไม่ได้-เมื่อเภสัชอยู่-ไม่อยู่ปฏิบัติหน้าที่-229x300.jpg" data-large-file="https://tobepharmacist.com/wp-content/uploads/2022/06/กิจกรรมภายในร้านอะไรทำได้-อะไรทำไม่ได้-เมื่อเภสัชอยู่-ไม่อยู่ปฏิบัติหน้าที่-782x1024.jpg" class="aligncenter wp-image-11068 size-full" src="https://tobepharmacist.com/wp-content/uploads/2022/06/กิจกรรมภายในร้านอะไรทำได้-อะไรทำไม่ได้-เมื่อเภสัชอยู่-ไม่อยู่ปฏิบัติหน้าที่.jpg" alt="" width="1045" height="1369" srcset="https://tobepharmacist.com/wp-content/uploads/2022/06/กิจกรรมภายในร้านอะไรทำได้-อะไรทำไม่ได้-เมื่อเภสัชอยู่-ไม่อยู่ปฏิบัติหน้าที่.jpg 1045w, https://tobepharmacist.com/wp-content/uploads/2022/06/กิจกรรมภายในร้านอะไรทำได้-อะไรทำไม่ได้-เมื่อเภสัชอยู่-ไม่อยู่ปฏิบัติหน้าที่-229x300.jpg 229w, https://tobepharmacist.com/wp-content/uploads/2022/06/กิจกรรมภายในร้านอะไรทำได้-อะไรทำไม่ได้-เมื่อเภสัชอยู่-ไม่อยู่ปฏิบัติหน้าที่-782x1024.jpg 782w, https://tobepharmacist.com/wp-content/uploads/2022/06/กิจกรรมภายในร้านอะไรทำได้-อะไรทำไม่ได้-เมื่อเภสัชอยู่-ไม่อยู่ปฏิบัติหน้าที่-768x1006.jpg 768w" sizes="(max-width: 1045px) 100vw, 1045px" /></p>
<table style="height: 631px; width: 100%; border-style: solid; border-color: #000000;" border="5"><caption><strong>กิจกรรมภายในร้านอะไรทำได้ อะไรทำไม่ได้ เมื่อเภสัชอยู่/ไม่อยู่ปฏิบัติหน้าที่ </strong>ที่มา  <a href="https://wizsastra.com/2017/10/01/2560-businesshours/">https://wizsastra.com/2017/10/01/2560-businesshours/</a></caption>
<thead>
<tr style="height: 56px;">
<td style="height: 56px; width: 15.6055%; text-align: center;" width="115"><strong>เวลาทำการ</strong></td>
<td style="height: 56px; width: 37.7%; border-style: solid; border-color: #000000;" colspan="2" width="251">
<p style="text-align: center;"><strong>ในเวลาทำการ</strong></p>
</td>
<td style="height: 56px; width: 293.075%;" colspan="2" width="251">
<p style="text-align: center;"><strong>นอกเวลาทำการ</strong></p>
</td>
</tr>
<tr style="height: 48px; border-style: solid; border-color: #000000;">
<td style="height: 48px; text-align: center; width: 15.6055%;" width="115"><strong>กิจกรรมในร้าน</strong></td>
<td style="height: 48px; width: 12.9633%; text-align: center;" width="125"><strong>เภสัชกรอยู่ปฏิบัติหน้าที่</strong></td>
<td style="height: 48px; width: 24.7367%; border-style: solid; border-color: #000000; text-align: center;" width="125"><strong>เภสัชกรไม่อยู่ปฏิบัติหน้าที่</strong></td>
<td style="height: 48px; width: 22.0995%; text-align: center;" width="125"><strong>เภสัชกรอยู่ปฏิบัติหน้าที่</strong></td>
<td style="height: 48px; width: 270.975%; text-align: center;" width="125"><strong>เภสัชกรไม่อยู่ปฏิบัติหน้าที่</strong></td>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr style="height: 338px;">
<td style="height: 338px; text-align: center; width: 15.6055%;" width="115">มีการขายยาอันตรายหรือยาควบคุมพิเศษ</td>
<td style="height: 338px; text-align: center; width: 12.9633%;" width="125">สามารถทำได้</td>
<td style="height: 338px; text-align: left; width: 24.7367%;" width="125">ผู้รับอนุญาตไม่สามารถทำได้ เนื่องจากฝ่าฝืน พ.ร.บ.ยา พ.ศ.2510 มาตรา 32 ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่ 1,000 – 5,000 บาท
<p> </p>
<p>หากเภสัชกรไม่อยู่ปฏิบัติหน้าที่โดยไม่มีเหตุผลอันสมควรหรือไม่มีการควบคุมให้มีวัสดุปิดบังว่าจะไม่ขายยาอันตรายหรือยาควบคุมพิเศษในระหว่างเภสัชกรไม่อยู่ปฏิบัติหน้าที่ จะถือว่าเภสัชกรฝ่าฝืนพ.ร.บ.ยา พ.ศ.2510 มาตรา 39 ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่ 1,000 – 5,000 บาท</p>
</td>
<td style="height: 338px; width: 22.0995%; border-style: solid; border-color: #000000;" width="125">ผู้รับอนุญาตไม่ฝ่าฝืน พ.ร.บ.ยา พ.ศ.2510 มาตรา 32 แต่ถือว่าเป็นการขายยานอกเวลาทำการฝ่าฝืนพ.ร.บ.ยา พ.ศ.2510 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 26(7) ตามการตีความของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่ 2,000 – 10,000 บาท</td>
<td style="height: 338px; width: 270.975%;" width="125">ผู้รับอนุญาตไม่สามารถทำได้ เนื่องจากฝ่าฝืน พ.ร.บ.ยา พ.ศ.2510 มาตรา 32 ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่ 1,000 – 5,000 บาท และถือว่าเป็นการขายยานอกเวลาทำการฝ่าฝืนพ.ร.บ.ยา พ.ศ.2510 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 26(7) ตามการตีความของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่ 2,000 – 10,000 บาท</td>
</tr>
<tr style="height: 10px;">
<td style="height: 10px; text-align: center; width: 15.6055%;" width="115">มีการขายยาแผนปัจจุบันเฉพาะยาบรรจุเสร็จที่ไม่ใช่ยาอันตรายหรือยาควบคุมพิเศษ</td>
<td style="height: 10px; text-align: center; width: 12.9633%;" width="125">สามารถทำได้</td>
<td style="height: 10px; width: 24.7367%;" width="125">ไม่มีบทลงโทษผู้รับอนุญาต ส่วนเภสัชกรหากไม่อยู่ปฏิบัติหน้าที่โดยไม่มีเหตุผลอันสมควรหรือไม่มีการควบคุมให้มีวัสดุปิดบังว่าจะไม่ขายยาอันตรายหรือยาควบคุมพิเศษในระหว่างเภสัชกรไม่อยู่ปฏิบัติหน้าที่ จะถือว่าเภสัชกรฝ่าฝืนพ.ร.บ.ยา พ.ศ.2510 มาตรา 39 ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่ 1,000 – 5,000 บาท</td>
<td style="height: 10px; width: 22.0995%;" width="125">ไม่มีบทลงโทษผู้รับอนุญาต แต่ถือว่าเป็นการขายยานอกเวลาทำการฝ่าฝืนพ.ร.บ.ยา พ.ศ.2510 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 26(7) ตามการตีความของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่ 2,000 – 10,000 บาท</td>
<td style="height: 10px; width: 270.975%;" width="125">ไม่มีบทลงโทษผู้รับอนุญาต แต่ถือว่าเป็นการขายยานอกเวลาทำการฝ่าฝืนพ.ร.บ.ยา พ.ศ.2510 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 26(7) ตามการตีความของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่ 2,000 – 10,000 บาท</td>
</tr>
<tr style="height: 179px;">
<td style="height: 179px; text-align: center; width: 15.6055%;" width="115">มีการขายยาสามัญประจำบ้าน</td>
<td style="height: 179px; text-align: center; width: 12.9633%;" width="125">สามารถทำได้</td>
<td style="height: 179px; width: 24.7367%;" width="125">สามารถทำได้ ส่วนเภสัชกรหากไม่อยู่ปฏิบัติหน้าที่โดยไม่มีเหตุผลอันสมควรหรือไม่มีการควบคุมให้มีวัสดุปิดบังว่าจะไม่ขายยาอันตรายหรือยาควบคุมพิเศษในระหว่างเภสัชกรไม่อยู่ปฏิบัติหน้าที่ จะถือว่าเภสัชกรฝ่าฝืนพ.ร.บ.ยา พ.ศ.2510 มาตรา 39 ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่ 1,000 – 5,000 บาท</td>
<td style="height: 179px; width: 22.0995%;" width="125">สามารถทำได้</td>
<td style="height: 179px; width: 270.975%;" width="125">สามารถทำได้</td>
</tr>
</tbody>
</table>


<h2 class="wp-block-heading">เป็นผู้รับอนุญาตดูเสี่ยงเยอะจัง หานอมินีมาเปิดร้านแทนได้ไหม?</h2>



<p>ในความเป็นจริง ก็มีหลายคนในนอมินีในการเปิดร้าน เพื่อที่ว่าเวลามีปัญหาอะไรขึ้นมา จะได้ไม่โดนถึงตัวเอง ซึ่งหากเรื่องจบที่ สสจ. มักไม่ค่อยมีปัญหาอะไร แต่ถ้าเรื่องไปถึงตำรวจ ปคบ. หรือถึงขั้นฟ้องร้องกันในศาล ตำรวจมักใช้วิธีเช็คเส้นทางการเงิน เพื่อสืบหาว่า ใครคือเจ้าของร้านตัวจริง ดังนั้นการใช้นอมินี ก็ไม่รอดอยู่ดี </p>



<h2 class="wp-block-heading">ถ้าเภสัชลาออก ต้องหาเภสัชใหม่ให้ได้ภายในกี่วัน</h2>



<p>กรณีผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการ (ออก) ลาออก พรบ.ยา ไม่ได้ระบุว่าต้องหาเภสัชใหม่ให้ได้ภายในกี่วัน บอกเพียงแค่ว่าต้องมีเภสัชตลอดเวลาที่เปิดทำการเท่านั้น อย่างไรก็ดี ในทางปฏิบัติ ทุกๆจังหวัดจะอ้างอิงมติคณะกรรมการยา ที่ให้ผู้รับอนุญาตหาเภสัชกรคนใหม่ภายใน 45 วัน หากไม่สามารถหาได้ภายในระยะเวลาดังกล่าวอาจเป็นเหตุให้ยกเลิกใบอนุญาตร้านขายยาได้</p>
<p>The post <a href="https://tobepharmacist.com/%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1/%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%88%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%8a-%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b8%b2/">ไม่ได้จบเภสัช เปิดร้านขายยาได้ไหม</a> appeared first on <a href="https://tobepharmacist.com">TOBEPHARMACIST</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://tobepharmacist.com/%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1/%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%88%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%8a-%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b8%b2/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">11055</post-id>	</item>
		<item>
		<title>อาชีพเภสัช เงินเดือนถึงแสนไหม</title>
		<link>https://tobepharmacist.com/%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%9e%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%8a-%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%96%e0%b8%b6%e0%b8%87/</link>
					<comments>https://tobepharmacist.com/%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%9e%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%8a-%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%96%e0%b8%b6%e0%b8%87/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 29 Jun 2022 15:00:38 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.tobepharmacist.com/?p=11016</guid>

					<description><![CDATA[<p>มีน้องมาถามคำถามนี้ อืมมมม ถ้าให้ตอบสั้นๆเลยก็ถึงครับ แต่ว่าจะให้ตอบที่ดีกว่านี้ คือมีเภสัชกี่ % ที่เงินเดือนถึงแสน พี่เดาว่ามีแค่ 1-5% เต็มที่ไม่เกิน 5% จริงๆ มันมีหลายปัจจัยมากๆนะ พี่เองก็เคยลดเงิ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://tobepharmacist.com/%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%9e%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%8a-%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%96%e0%b8%b6%e0%b8%87/">อาชีพเภสัช เงินเดือนถึงแสนไหม</a> appeared first on <a href="https://tobepharmacist.com">TOBEPHARMACIST</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>มีน้องมาถามคำถามนี้ อืมมมม ถ้าให้ตอบสั้นๆเลยก็ถึงครับ แต่ว่าจะให้ตอบที่ดีกว่านี้ คือมีเภสัชกี่ % ที่เงินเดือนถึงแสน พี่เดาว่ามีแค่ 1-5% เต็มที่ไม่เกิน 5%</p>
<p>จริงๆ มันมีหลายปัจจัยมากๆนะ พี่เองก็เคยลดเงินเดือนราวๆ 15% แลกกับความสุขที่ได้มามากขึ้น หรือเคยลดมากสุด 70% ด้วยซ้ำ (ตอนนั้นมีเหตุผลของที่บ้านและแฟน เลยจำเป็นต้องทำงานนี้) เงินเดือนมันก็ส่วนนึงแหละ แต่ไม่ใช่ทั้งหมด แต่ก็นะ ในยุคแบบนี้ เศรษฐกิจแบบนี้ เงินมันสำคัญจริงๆแหละ ไม่ปฏิเสธ</p>
<p>ทีนี้ถ้าแบ่งเป็นตามสายงาน</p>
<ul>
<li style="list-style-type: none;">
<ul>
<li>สายงาน รพ. ไม่ถึงครับ ไม่ว่าจะ รพ.รัฐ หรือเอกชน หรือเป็นเภสัชประจำห้องยาใน รพ. ไม่ถึงแน่นอน (แต่มันมั่งคงสูงมากนะ เคยได้ยินข่าว เภสัช รพ. โดน lay off ไหม ไม่มีเลยนะ แม้ว่าจะเป็นเอกชนก็เหอะ)</li>
<li>สายงาน สสจ. อย. กรมวิทย์ อื่นๆ บลาๆ พวกๆนี้ บอกเลย ไม่ถึงแสนครับ สายงานนี้ อำนาจเยอะ แต่เงินเดือนน้อย พวกเงินพิเศษต่างๆน้อยกว่าพวกสาย รพ. ซะอีก แต่ด้วยความที่อำนาจเยอะ แต่เงินน้อยเนี่ยแหละ เภสัชบางคนเลย turn to dark side เอาอำนาจที่มีไปหาเงินแทน เหอะๆๆๆๆ</li>
<li>สายงานร้านยา ถ้าเป็นลูกจ้าง ไม่ถึงครับ แต่ถ้าเปิดร้านเอง ก็แล้วแต่ยอดขาย ถ้าเปิดร้านเองแล้วกำไรเกินแสน อันนี้มีเยอะอยู่ แต่มันก็คือธุรกิจตัวเองอ่ะ ธุรกิจกำไรเกินแสน เอาจริงๆมันไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรมาก เพราะมันไม่ได้กำไรตลอด มันมีความเสี่ยงต่างๆนานา บางช่วง บางเดือนอาจจะขาดทุนก็ได้</li>
<li>โรงงานยา มีโอกาสถึงแสน แต่ว่าแต่ละสายงานก็โอกาสเงินเดือนเกินแสนไม่เท่ากันอีกแหละ ลองอ่านบทความนี้ดูครับ พี่เคยสรุปไว้สำหรับเภสัชสายโรงงาน <a href="https://www.tobepharmacist.com/%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%A0%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%8A/industrial-pharmacist-salary-progress/">เงินเดือนกับความก้าวหน้าเภสัชสายอุตสาหการ ตอนนี้เป็นไงบ้าง </a>หรือถ้าทำรัฐวิสาหกิจอย่าง GPO ก็มีโอกาสถึงนะครับ ถ้าอยู่นานพอ คือ GPO เงินตอนแรกมันน้อยก็จริง แต่พี่เคยทำ GPO ข้อดีมันคือเงินเดือนมันขึ้นเป็น % แล้วเภสัชเป็น first priority ที่จะได้ 2 ขั้น ดังนั้นช่วงแรกๆ เงินมันจะน้อยมาก แต่พอทำไปสัก 10 ปี เงินเดือนมันขึ้นเป็น % มันเลยพุ่งพรวดๆ พี่เคยคำนวณเล่นๆ ถ้า best performance จริงๆ แล้วได้อยู่สายบริหาร GPO 15 ปี ก็เงินเดือนถึงแสนได้ แต่ถ้าไม่ได้ก็อาจจะต้อง 20 ปี+ หรือขี้เหร่สุดอาจจะถึง 30 ปี ถึงจะขึ้นหลักแสน แต่อย่าลืมนะครับว่า GPO มันเป็นรัฐวิสาหกิจ มันจึงไม่บำนาญ ดังนั้นเงินเดือนหลักแสน ไม่ได้เยอะอะไรเลยครับ เมื่อคิดว่าตอนเริ่มต้นช่วงแรกๆ ถือว่าน้อยสุดในสายโรงงานด้วยกันแล้ว</li>
<li>สายบริษัทยา อันนี้ไม่ว่าจะสาย CRA PV QA หรือ RA มีโอกาสถึงแสนทั้งหมดครับ แต่ว่าก็ไม่ง่ายนะครับ ไม่เคยง่ายเลย</li>
<li>ดีเทลยา ถ้าเงินเดือนเฉยๆไม่ถึงแสน แต่ถ้ารวมทั้งหมด มีโอกาสถึงแสน และน่าจะเป็นสายงานที่มีโอกาสถึงแสนมากที่สุดในทุกบรรดาสายงานของเภสัชด้วยซ้ำ (มีรุ่นน้องคนนึงเคยฝึกงานกับพี่ ตอนนี้ได้อยู่ 2 แสน แล้วยอดนิ่งๆมา 4-5 ปีละ ส่วนนึงโชคดี ที่ได้ยาที่มันดี ติดตลาดง่ายด้วย เลยขายง่าย ส่วนที่บอกต้นทุนเยอะ ไหนจะค่าน้ำมันอะไรพวกนี้อีก พี่บอกเลยว่า ไม่จริงทั้งหมด มันจริงสำหรับบางคน แต่น้องคนนี้เลี้ยงลูกอยู่บ้าน เข้าออฟฟิศสัปดาห์ละครั้งด้วยซ้ำ ยิ่งช่วงโควิดคือ WFH เลย แค่ remind หมอในไลน์ แล้วนอนยาว ส่วนเรื่องค่าใช้จ่ายอื่นๆเยอะไม่ว่าจะค่าปาร์ตี้ ค่าเลี้ยงหมอ พี่เห็นน้องมันมีบัตรเครดิตของบริษัท โอเคส่วนนึงอาจจะต้องสำรองจ่ายไปก่อน แต่สุดท้ายก็เบิกคืนได้หมด แต่กว่าน้องคนนี้จะมาถึงจุดนี้ เหนื่อยมากๆนะครับ ในวันที่ยายังไม่ติดตลาด ต้องถือกระเป๋ารอหมอ ไปกินข้าวกับหมอ ทำสัมมนา รีวิวเปเปอร์ คิดกลยุทธอะไรต่างๆมากมายเป็นปีๆเหมือนกัน แต่พอยามันติดตลาดแล้ว มันดีจริงๆ 5555555 แต่ก็นะ แล้วแต่ดวงด้วย น้องคนนี้ถือว่าโชคดีกว่าดีเทลคนอื่นหลายๆคน เพราะมันขึ้นกับหลายๆอย่างทั้งบริษัท, เขตที่เดินยา, ความสามารถ, โอกาส​ และโชคชะตา) แต่ไม่ได้หมายความว่าดีเทลยาจะรายรับเกินแสนกันทุกคนนะ น้อยกว่าก็มีเยอะ</li>
<li>สายอาจารย์ สายอาจารย์ถ้าเงินเดือนอาจารย์เฉยๆ ไม่ถึงครับ รวมค่าตำแหน่งทางวิชาการแบบเต็มที่ศาสตราจารย์เลย หรือรวมเงินตำแหน่งบริหารด้วยแล้ว เต็มที่ก็ปริ่มๆแสน หรือเกินแสนมานิดๆหน่อยๆ เพราะฉะนั้นสายอาจารย์หวังเงินเดือนเกินแสนยากครับ แต่สายอาจารย์มีข้อดีตรง มีช่องทางหาเงินได้หลายทาง ยิ่งอาจารย์ดังๆ ทุนวิจัยยิ่งเยอะ ซึ่งอาจารย์ที่รวยๆส่วนมากรวยจากทุนวิจัยซะมากกว่า ไม่ใช่เงินเดือน อาจารย์ดังๆบางคน ทั้งห้องแลบไม่ว่าจะอุปกรณ์ หรือเครื่องมือแพงๆไฮโซๆ นี่ซื้อด้วยเงินตัวเองที่มาจากทุนวิจัยทั้งนั้นนะครับ ไม่ใช่ของมหาลัย แต่ว่ากว่าจะเป็นอาจารย์ที่ดังๆขนาดทุนวิจัยไหลมาเทมาได้ขนาดนั้น มันก็ไม่ง่ายนะครับ สายงานอาจารย์นี่ถือว่าเป็นสายที่มีการแข่งขันสูงมากๆไม่แพ้สายงานอื่นเลย อาจจะแข่งขันกันดุเดือดที่สุดด้วยซ้ำ หรืออาจารย์ไปรับจ็อบเป็นผู้เชี่ยว(ชาญ)อ่านทะเบียนยา ก็ได้เงินเยอะนะ อะไรแบบนี้</li>
</ul>
</li>
</ul>
<p>The post <a href="https://tobepharmacist.com/%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%9e%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%8a-%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%96%e0%b8%b6%e0%b8%87/">อาชีพเภสัช เงินเดือนถึงแสนไหม</a> appeared first on <a href="https://tobepharmacist.com">TOBEPHARMACIST</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://tobepharmacist.com/%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%9e%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%8a-%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%96%e0%b8%b6%e0%b8%87/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">11016</post-id>	</item>
	</channel>
</rss>
